[First project] FoolS -1-
posted on 01 Apr 2009 21:32 by be-tigger in Fiction
Title: Fools
Chapter: 1
Genre: Fan fiction
Rate: PG13 Pairing: T.O.P Tae Yang ?? GDYB??
Author: TiGGeR-L
Comment: แพริ่งเอาไว้ยั่ว นะฮร้า~ 55
วันนี้สินะ เรื่องราวทั้งหมด เริ่มต้นจากวันนี้ เพียงแต่ มันเป็นปี 2008
'ผมชอบรุ่นพี่ฮะ คบกับผมได้ไหม'
น้ำเสียงนุ่มที่ตัดกับเสียงของเขาอย่างสิ้นเชิงเอ่ยผ่านริมฝีปากบางออกมา เจ้าตัวไม่ได้แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมาสบตาเขา ใบหน้ารูปไข่นั่น ก้มลงมองพื้นด้านล่าง ทำให้เขาเห็นหน้าของเจ้าตัวไม่ชัดนัก แต่ว่า ครั้งแรกที่ร่างเล็กนี่เดินเข้ามา เขาก็พอจะมีเวลาพิจารณาใบหน้าเรียวนั่นได้ถี่ถ้วน
ดวงตาเรียวเล็กนั่นดูซื่อๆ ซื่อจนน่าแกล้ง ริมฝีปากบางติดจะอิ่มเล็กน้อย เวลาจูบคงรู้สึกดีน่าดู แถมยังร่างเล็กที่ส่วนสูงกระทัดรัดสำหรับเขาอีก มันคงจะเต็มไม้เต็มมือไม่น้อยหากได้กอด
คนโดนสารภาพรักกระพริบถี่ๆ เพื่อเรียกสติคืนมา เขาไม่อยากเป็นคนไร้มารยาท แม้ว่าเรื่องแบบนี้มันจะมีอยู่ในหัวของผู้ชายทุกคนก็เถอะ
'ทำไมฉันจะต้องคบกับนายล่ะ' เขาถามด้วยน้ำเสียงเย็นชาตามแบบวิสัย
ร่างเล็กนิ่งเงียบไป ยังคงไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมา 'ผม ไม่ รู้' น้ำเสียงแผ่วเบาผ่านลอดออกมาจากกลีบปากน่าจูบนั่น ทำให้เขาเผลอเลียปากโดยไม่รู้ตัว
'ช่วยทำให้ฉัน อยากคบนายหน่อยได้ไหม' เขาก้มลงมาจนร่างเล็กสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ แล้วกระซิบเบาๆ ให้เพียงแค่ร่างเล็กได้ยินแค่คนเดียว แม้ว่าที่ที่เขากับคนตรงหน้าอยู่จะไม่มีใครอยู่แถวนี้เลยก็ตาม
ใบหน้าติดหวานที่เขาเห็นเพียงเสี้ยวหน้านั่น แดงเรื่อขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เห็นดังนั้นมุมปากเขาก็ถูกยกขึ้นอย่างพอใจ
เท้าไซส์ที่ค่อนข้างใหญ่พอสมควรก้าวถอยหลังไป เพื่อไม่ให้ร่างเล็กเขินไปมากกว่านี้ แค่ตอนนี้เขาก็มีความรู้สึกแปลกๆ ก่อขึ้นในจิตใจเสียแล้ว
'เฮ่อ...อ...อ...อ'
เสียงถอนหายใจยาวอย่างรู้สึกเหนื่อย ในหัวของเขากำลังคิดไม่ตกอยู่
'เป็นอะไรไปฮึ' ร่างโปร่งบางที่นั่งอยู่ด้านข้างถามด้วยความเป็นห่วง แม้ว่าแก้มจะตุ่ย เพราะเคี้ยวพัฟไก่ตุ้ยๆ อยู่ก็เถอะ
'เปล่าสักหน่อย' ตอบพลางหลบสายตา
...ผิดสังเกต... ควอนจียงรู้สึกผิดสังเกตสุดๆ แม้ว่ายองเบจะเป็นคนขี้กังวลอยู่แล้ว แต่ว่าร่างเล็กนี่มักจะคอยเรียบๆ เคียงๆ ขอคำปรึกษา ความคิดเห็นเขาเสมอ ไม่เคยจะมานั่งถอนหายใจคนเดียวอย่างนี้
มือยาวของจียงเอื้อมจับที่ใบหน้ารูปไข่นั่น ให้หันมาสบตากับตัวเอง 'ยองเบ มีอะไรบอกมานะ เดี๋ยวนี้หัดปิดบังฉันแล้วหรือไง' จียงเอ่ยถามพลางก้มลงไปจูบที่กลีบปากบางนั่นเบาๆ
'ฉัน' ร่างเล็กนิ่งไปอย่างครุ่นคิด ว่าจะอธิบายให้คนตรงหน้าฟังยังไง เพราะถึงปิดบังไป ก็ไม่มีอะไรที่รอดพ้นสายตาของควอนจียงอยู่แล้ว ยังไงก็ไม่มีประโยชน์ที่จะไม่ให้คนตรงหน้ารู้ 'ฉัน ไป' ยิ่งพยายามอธิบายก็ยิ่งเหงื่อตกมากกว่าเดิม
จียงคว้าร่างเล็กเข้ามากอดไว้แน่น 'ถ้ายังหาคำพูดไม่ได้ล่ะก็ ยังไม่ต้องบอกก็ได้ ฉันรอนายได้เสมอ' สิ้นคำ จียงก็ดึงแก้มยองเบเบาๆ ในอดีตแก้มนุ่มๆ นี่ มันเคยเต็มมือเขามากกว่านี้นะ แต่ว่าตอนนี้ถึงจะไม่เต็มมือเท่าเมื่อก่อน แต่ก็น่ารักน่าหยิกอยู่ดี
'เรื่อง ที่เราพูดกันไว้เมื่อวานน่ะ' ยองเบบอกอย่างกระตุกระตัก ทำให้จียงตั้งใจฟังมากกว่าเดิม 'ฉัน เอ่อ... ไป ทำ มาแล้วนะ' พูดไปหน้าแดงไป
ดวงตาที่โตกว่ายองเบไม่เท่าไหร่เบิกตากว้างขึ้นอย่างแปลกใจ มือที่จับอยู่บนใบหน้ารูปไข่นั่นขยับเล็กน้อยเพื่อให้ร่างเล็กเงยหน้าสบตาตนเอง
จียงขยับเข้าไปใกล้จะระยะห่างของทั้งคู่ห่างกันไม่ถึงคืบ 'นายพูดจริงเหรอ' ถามย้ำเพื่อความแน่ใจ
'อะ อื้ม'
'โธ่ ยองเบ' จียงถอนหายใจออกมาเบาๆ 'แล้วคนอย่างหมอนั่น จะรับรักนายหรือเปล่าล่ะเนี่ย'
คำพูดของจียงทำเอาร่างเล็กนิ่งไป เพราะว่าก็ไม่ได้คิดอยู่แล้ว คนอย่างชเว ซึงฮยอนจะรับรักคนอย่างเขา แต่ว่า ที่บอกว่า ช่วยทำให้ฉันอยากคบนายหน่อยได้ไหม มันแปลว่าอะไรล่ะ
ถึงแม้ว่าถ้อยคำของจียงอาจจะฟังดูทำร้ายจิตใจ แต่ว่าเขาไม่ได้มีเจตนาอย่างนั้นแม้แต่น้อย เนื่องจากยองเบเป็นเหมือนญาติของเขา และยังเป็นญาติคนเดียวอีกด้วย ทำให้เขาอดที่จะเป็นห่วงไม่ได้ อีกอย่าง คนอย่างชเว ซึงฮยอน คนที่คิดว่าตัวเองเป็นพระเจ้าแบบนั้น จะมาทำดีกับยองเบเหรอ
'ฉัน ไม่รู้' ร่างเล็กตอบอย่างแผ่วเบาตามประสาคนที่ไม่ค่อยมั่นใจ
'เอาอย่างนี้ เล่าให้ฉันฟังสิ ว่าหมอนั่นพูดอะไรกับนายบ้าง แล้วนายพูดอะไรกับหมดนั่นบ้าง'
ร่างเล็กเล่าเรื่องทั้งหมดให้จียงฟังอย่างไม่ปิดบัง รวมถึงได้โอกาสถามเรื่องคำพูดของซึงฮยอนที่ค้างคาใจด้วย 'จียง ที่รุ่นพี่เขาบอกว่า ช่วยทำให้ฉันอยากคบนายหน่อยได้ไหม มันหมายความว่ายังไงเหรอ'
จียงขยับตัวมานั่งที่เดิม 'ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน เอาไว้ขอไปนอนคิดก่อนหนึ่งคืนได้ไหมยองเบ นายไม่รีบใช่หรือเปล่า'
'อื้อ'
ร่างเล็กที่กำลังเดินอยู่ดีๆ จู่ๆ ก็โดนกระชากแขนให้หลบเข้าไปในซอกตึกที่ไม่ค่อยมีคนเดินผ่านสักเท่าไหร่นัก แถมยังโดนลากให้เดินไปทางด้านหลังโรงเรียนอีกตั้งหาก
คนโดนลากนั้นก็ซื่อแสนซื่อ ไม่ได้คาดถึงภัยที่จะมาเยือนตัวเองเลยแม้แต่น้อย
พลัก
ตุบ
ยองเบโดนเหวี่ยงเข้ากับกำแพงแข็ง แม้ว่าเขาจะออกแรงไม่มาก แต่มันก็ทำให้ร่างเล็กนั่นเจ็บอยู่พอสมควร และคาดเดาได้ว่าอีกในไม่กี่นาทีข้างหน้า คงจะมีรอยช้ำเขียวๆ ให้ได้ทายาอีกเป็นแน่
'โอ๊ย'
'เฮอะ คนอย่างนายมันต้องโดนอย่างนี้'
คนโดนผลักติดกำแพงเงยหน้ามองเจ้าของเสียงอย่างงุนงง
ดวงตาซื่อๆ นั่น ทำเขากัดริมฝีปากนั่นด้วยความหงุดหงิดที่เกิดขึ้นในจิตใจ แม้จะอยากเชื่อ แต่ว่าภาพที่เห็นมันทำเอาความอยากเขาลดน้อยลงไปน่ะสิ
คนเจ็บตัวมองชเว ซึงฮยอนอย่างงุนงง 'รุ่นพี่เป็นอะไรฮะ' แม้ว่าจะโดนทำให้เจ็บ แต่ก็ยังมีความห่วงใยที่จะถามออกไป
ทำให้เขาที่โดนถามถึงกับเลียริมฝีปากด้วยความเครียด อย่างไม่รู้จะทำยังไงดี
'นายต้องการอะไรกันแน่' ในที่สุดก็ยอมเปิดปากพูดหลังจากปล่อยให้บรรยากาศเงียบกริบไปพักหนึ่ง 'มาสารภาพรักกับฉัน แล้วไปจูบกับคนอื่น'
ดวงตาเรียวเล็กนั่นยังคงมีแต่ความงุนงงจนเขาเริ่มหงุดหงิดหนักกว่าเก่า 'ผม' ชี้เข้าหาตัวเอง 'จูบกับใครเหรอฮะ'
'เฮอะ' เขาขยับเข้าไปใกล้ยองเบมากขึ้นอีก ร่างเล็กที่นั่งฟุบลงอยู่เดิมเพราะความเจ็บทำพิษ ขยับไปไหนลำบากอยู่แล้ว ยิ่งลำบากเข้าไปใหญ่เมื่อ แขนทั้งสองข้างของชเว ซึงฮยอนเท้าไว้ที่กำแพงเพื่อกันยองเบหนี 'สนิทกันถึงขั้นจูบปากกันได้ นายจะปฏิเสธอีกหรือไงว่าไม่รู้จักน่ะ'
ร่างเล็กที่โดนความเจ็บทำร้ายอยู่นั้นพยายามนึกว่าเขาเคยจูบกันใครบ้าง แต่นึกยังไงก็นึกไม่ออก จนกระทั่ง
Arrr...r...r...r...r...r
โทรศัพท์เครื่องสีขาวสนิทสั่นขึ้น เมื่อมีคนโทร.เข้ามา ยองเบล้วงกระเป๋ากางเกงเพื่อหยิบมัน แต่ทำได้เพียงแค่เห็นว่าใครเป็นคนโทร.เข้ามาเท่านั้น กล่องขนาดพอดีมือสีขาวนั่น ก็ถูกซึงฮยอนคว้าเอาไว้แล้วเก็บใส่กระเป๋ากางเกงตัวเองหน้าตาเฉย
'รุ่นพี่คงหมายถึงจียง' ยองเบพูดเสียงเบาๆ เหมือนอย่างเคย 'ผมกับจียงเป็นเพื่อนสนิทกันฮะ'
คำอธิบายของร่างเล็กนี่ ทำให้เขาเผลอส่งเสียง 'ฮึ' ในลำคอเบาๆ อย่างดูถูก 'เพื่อนสนิท ถ้าอย่างนั้นนายมีเพื่อนสนิทกี่คน ก็คงจูบเขาไปทั่วเลยล่ะสิ'
เขากำลังประชดเพราะหวงแหน อีกความรู้สึกหนึ่งที่เขาโกหกตัวเองไม่ได้ก็คงเป็นเพราะ กลีบปากสีเชอร์รี่นั่น ตั้งแต่เขาเห็นครั้งแรกมันก็วนอยู่ในหัวเขาตลอด จนกระทั่งเห็นริมฝีปากนุ่มๆ ทั้งๆ ที่เขายังไม่ได้สัมผัส โดนไอ้เด็กเวรที่ไหนก็ไม่รู้จูบ
'ผมมีเพื่อนสนิทแค่จียงคนเดียวแหละครับ' คลี่ยิ้มน้อยๆ จนคนมองเริ่มรู้สึกผิด 'เราเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็กแล้ว เพราะพ่อผมไม่ว่าง ผมเลยต้องไปอยู่กับจียงบ่อยๆ' ยังคงอธิบายต่อไป ดวงตาเรียวเล็กและน้ำเสียงนั่น ทำไมคนอย่างชเว ซึงฮยอนที่แสนจะเย็นชาถึงจับได้แต่ความรู้สึกเศร้าๆ นะ
นิ้วเรียวยาวเชยคางมนขึ้นมา แล้วก้มหน้าลงไปเบียดกลีบปากนุ่มที่อยู่ห่างออกไปไม่ถึงคืบดี แม้จะเป็นครั้งแรกที่เขาได้ชิมริมฝีปากหวานนี่ มันก็ทำให้เขาติดใจเสียแล้วสิ
'ฉันจะคบกับนาย' ชเว ซึงฮยอนบอกน้ำเสียงแหบพร่า เขาต้องการมากกว่านี้ แต่ไม่ใช่ตอนนี้ เวลาของเขายังมีอีกเยอะ และเขาจะทำให้ยองเบกลายเป็นของเขาเพียงคนเดียวเสียก่อน จะไม่มีจูบของควอนจียงที่สัมผัสยองเบอีกแล้ว
"จียง จู่ๆ พี่ซึงฮยอนเขาก็มาถาม" ยองเบเริ่มพูด เล็บเล็กๆ นั่นเริ่มถูกกัดเพราะความประหม่าของเจ้าตัว "ทำไมฉันถึงไปสารภาพรักกับพี่เขา จะตอบว่ายังไงดีล่ะ"
ควอน จียง ตบหน้าผากตัวเองเบาๆ อย่างกลุ้มใจ ยองเบนะยองเบ ทำไมไม่หัดโกหกเขาไปเสียบ้างล่ะ แล้วนี่หอบคำปรึกษามาหาเขาอย่างนี้ ชเว ซึงฮยอนจะไม่สงสัยเลยหรือไงนะ
มือยาวของจียงจับไหลร่างเล็กเอาไว้ เป็นเชิงบังคับให้เงยหน้าขึ้นมาสบตาด้วย ซึ่งยองเบก็ยองเงยหน้าขึ้นมา แต่เมื่อเห็นสายตาดุๆ ปนจริงจังของจียงก็ก้มลงไปอีกรอบ
"โธ่ ยองเบ แล้วนายแก้ตัวไปว่ายังไงตอนที่หมอนั่นถาม"
"ฉันก็ ไม่ได้พูดอะไร แต่วิ่งออกมาเลย"
"แล้วอย่างนี้เจ้านั่นจะไม่โกรธเอาหรือไง นายวิ่งออกมาอย่างนี้น่ะ" จียงพูดพลางตบหน้าผากตัวเองไปสองที
ร่างเล็กเอาแต่ส่ายหน้า "จียง ถ้าเกิดว่าพี่ซึงฮยอนเขารู้ความจริง เขาจะโกรธฉันไหม"
"แค่เจ้านั่นไม่รู้ก็พอใช่ไหมล่ะ" จียงพูดเรียบๆ รู้ยังไงยองเบก็ต้องขัด "โกหกไปก็สิ้นเรื่อง"
เป็นอย่างที่เขาคิด ยองเบเอื้อมมือมาจับชายเสื้อเขาเอาไว้แล้วส่ายหน้าช้าๆ "ไม่ได้หรอก"
ควอน จียงถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ "ยองเบ ถ้าเจ้านั่นรู้ล่ะก็ ความสัมพันธ์ที่ผ่านมาเกือบหนึ่งปีของนาย คงจะไม่เหลืออะไรแน่ๆ ถ้าแค่เจ้านั่นรู้ว่านายไปสารภาพรักกับมันก็เพราะฉัน เพราะพนันกับฉันไว้"
คนที่เดินตามร่างเล็กมาด้วยความสงสัยกำหมัดแน่น ดวงตาเรียวดุจเหยี่ยวที่กำลังล่าเหยื่อวาวโรจน์ขึ้นอย่างโกรธเกรี้ยว
คนอย่างชเว ซึงฮยอน ไม่เคยมีใครหยามหน้า แต่ร่างเล็กนั่น กำลังทำ และทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองเป็นคนโง่ งี่เง่า ที่ลุ่มหลงไปกับร่างเล็กนั่น
"เหอะ ดงยองเบ นายจะต้องชดใช้ ที่ทำให้ฉันเป็นเหมือนไอ้โง่"
กำปั้นถูกส่งออกไปที่กำแพงอย่างไม่ต้องสงสัย เขาไม่ได้อยู่ฟังบทสนทนาของจียงและยองเบจนจบ แค่นี้เขาก็โง่พอแล้ว ถ้าเกิดฟังไปมากกว่านี้ เรื่องโง่ๆ ของเขาคงมีอีกเยอะอย่างไม่ต้องสงสัย
"จียง จะทำยังไงดีล่ะ"
น้ำเสียงที่ถูกเอ่ยขึ้นด้วยความกังวลใจ ช่วยไม่ได้เลยที่จะทำให้จียงกังวลไปด้วย ตั้งแต่เล็กจนโต ก็มีกันอยู่แค่สองคน แล้วตอนนี้ ก็เหลือกันแค่สองคนจริงๆ เนื่องจากทั้งพ่อและแม่ของทั้งคู่ต่างก็จากไปด้วยอุบัติเหตุ โชคดีของจียงที่รอดมาได้ โชคดีของยองเบที่วันนั้นป่วยจึงไม่สามารถเดินทางได้ ไม่อย่างนั้น ถึงเขารอดมาได้ก็ไม่มีประโยชน์หรอก
"นายก็บอกความจริงหมอนั่นไปสิ" จียงบอก "แต่ว่า อย่าลืมบอกหมอนั่นไปด้วยล่ะ ว่าก่อนที่นายจะสารภาพรักน่ะ นายแอบชอบหมอนั่นมาตั้งสามปี"
ประโยคที่หลุดออกจากปากควอน จียง ความจริงซึงฮยอนน่าจะได้ยิน ถ้าเขาอยู่นานกว่านี้หน่อย
ชเว ซึงฮยอนไม่เคยปล่อยให้ใครก้าวเข้ามาในโลกส่วนตัวของเขามากขนาดนี้ แต่ร่างเล็กที่กำลงนั่งตาแป๋วเล่นกับกระต่ายของเขาอยู่นั้นกลับล่วงเลยเข้ามาในพื้นที่ของเขา ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
'พี่ซึงฮยอนมีอะไรเหรอฮะ'
'หืม เปล่าหรอก' ปฏิเสธ แต่สายตายังคงจดจ้องที่ยองเบอยู่
ยองเบละสายตาจากคนตัวสูงกว่ามาที่กระต่ายตัวน้อยขนสีขาว มีหลายคนบอกว่าซึงฮยอนเป็นคนดิบเถื่อน เขาไม่ชอบให้ใครขัดใจ อะไรที่ไม่ได้ดั่งใจเขามักจะหงุดหงิดและอารมณ์เสีย เมื่อถึงเวลานั้นเมื่อไหร่ ไม่มีใครที่จะกล้าเข้าไปหาเขา
แต่ยองเบกลับคิดอีกอย่าง ชเว ซึงฮยอนที่ร่างเล็กนี่รู้จัก ตั้งครั้งแรกที่เจอ ยองเบคิดเสมอว่าซึงฮยอนเป็นคนดีที่น่านับถือและถึงตอนนี้ ก็ยังคิดอย่างนั้นอยู่
'พี่ซึงฮยอน ทำไมไม่เอาเจ้านี่ไปโรงเรียนด้วยล่ะฮะ อยู่คนเดียวมันเหงาแย่'
'หืม' เขาเลิกคิ้วขึ้นหนึ่งข้าง ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงจะสงสัยว่าดง ยองเบ ไม่รู้จักชเว ซึงฮยอนคนนี้จริงๆ หรือ ถึงได้ถามอย่างนี้ แต่นี่คบกันมาได้จะครึ่งปีอยู่แล้ว 'ยองเบ คิดไหมว่าถ้าพี่ถือตะกร้ากระต่ายไปโรงเรียน จะเป็นยังไง' เขาถามพลางก้าวเข้าไปนั่งข้างๆ ร่างเล็กนั่น
ยองเบยังคงมองเขาตาแป๋วเหมือนอย่างเคย พร้อมกับส่ายหัวเบาๆ 'ยังไงเหรอฮะ'
ชเว ซึงฮยอนยิ้มบางๆ ใช่ เขากำลังยิ้ม ไม่ใช่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ หรือยิ้มหว่านเสน่ห์เหมือนเมื่อก่อน 'ทุกคนต้องมองพี่ด้วยสายตาประหลาดแน่ๆ คนอย่างชเว ซึงฮยอนตือตะกร้ากระต่ายไปโรงเรียน'
'ทำไมล่ะฮะ ถ้าพี่ซึงฮยอนไม่เอาเจ้าตัวเล็กนี่ไปด้วย มันก็น่าสงสารแย่ ต้องอยู่คนเดียว'
'ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่จะพามันไปด้วย'
เขาถือตะกร้าที่ด้านในมีกระต่ายตัวน้อยอายุไม่กี่เดือนอยู่ด้านใน ไปโรงเรียนด้วยจริงๆ แม้ว่าจะไม่มีใครกล้ามองมาที่เขาตรงๆ แต่เขาก็รับรู้ได้ด้วยสัญชาตญาณว่ากำลังมีคนมองเขาอยู่ มันไม่ใช่เพียงสายตาคู่เดียว และถ้าหากหูเขาได้ยินไม่ผิดล่ะก็
'คนอย่างชเว ซึงฮยอนเนี่ยนะเลี้ยงกระต่าย เจ้ากระต่ายนั่นไม่ตกใจตายก็บุญแค่ไหนแล้ว'
'ให้ตายสิ ถ้าไม่เป็นเพราะยองเบ เขาไม่พาไอ้กระต่ายโง่นี่มาหรอก' สบถกับตัวเองเบาๆ เขาไม่ใช่คนรักสัตว์ ถ้าไม่เพราะของขวัญวันเกิดจากร่างเล็กนั่นเป็นกระต่ายตัวนี้ล่ะก็ มันคงถูกทิ้งขว้างอยู่ที่ไหนสักแห่งแล้วล่ะ อีกอย่างเขาไม่ได้อายที่จะต้องพากระต่ายมาโรงเรียน แต่รำคาญเสียงซุบซิบที่คนพูดคิดว่าเขาไม่ได้ยินมากกว่า สถานที่ที่ไม่คุ้น ใช่ว่าจะไม่เคยมา แต่พยายามเลี่ยงไม่มาเสียมากกว่า กลิ่นบุหรี่ฉุนจนขึ้นจมูก ทำเอาคนที่ก้าวเข้ามาต้องยกมือปิดจมูกไว้ เสียงที่ไม่ดังมากนัก ทำให้ทุกคนหันมามองเมื่อมีผู้มาเยือนใหม่ แต่คงต้องยกเว้นใครบางคนที่กำลังนั่งตีหน้าเฉยชาไว้เหมือน เมื่อก่อน
"ชเว ซึงฮยอน มีคนมาหาแน่ะ" บอก พลางบุ้ยใบ้ไปทางร่างเล็กที่กำลังกวาดตามองไปรอบๆ เพื่อหาเขา มุมปากถูกยกขึ้น มันเป็นรอยยิ้มที่มีเสน่ห์สำหรับบางคน แต่ไม่ให้กับดง ยองเบที่กำลังเดินเข้ามาหาและชเว ซึงฮยอนเจ้าของรอยยิ้ม ก็เขาเป็นเจ้ารอยยิ้ม จึงรู้ว่านั่น มันก็เป็นแค่รอยยิ้มสมเพชตัวเองเท่านั้น
มือหนาที่กำลังลูบไล้ส่วนเอวที่เปิดเผยของร่างบางอวบอิ่มที่นั่งอยู่ด้านข้าง ดวงตาที่เมื่อก่อนไม่เคยปรากฎอารมณ์อะไรทั้งสิ้นกลับมาอีกครั้ง
ยองเบกำมือแน่น แต่ก็ยังข่มใจเดินเข้าไปหาซึงฮยอนที่มองเขาด้วยแววตาท้าทาย
"พี่ซึงฮยอนคือว่า..." ก้มหน้าลง อย่างไม่อยากมอง "ผมขอคุยอะไรด้วยได้ไหมฮะ"
"พูดมาสิ"
ยองเบเงยหน้าขึ้น มองเขาด้วยความประหลาดใจอย่างปิดไม่มิด แต่พอเหลือบไปเห็นร่างบางที่อยู่ในอ้อมแขนของซึงฮยอน ร่างเล็กชาวาบไปทั้งตัว "ไว้ผมค่อยมาคุยทีหลังดีกว่า" พูดออกมาเร็วๆ แล้ววิ่งออกไปจากตรงนั้น
ทุกคนในคลับนั่น ต่างก็ให้ความสนใจกับยองเบ ไม่ใช่เพียงเพราะยองเบเป็นคนของซึงฮยอน เพราะใบหน้ารูปไข่นั่น กับรอยยิ้มซื่อๆ ต่างก็ชวนให้ดึงดูดเข้าหาอย่างบอกไม่ถูก ถ้าชเว ซึงฮยอนไม่ต้องการร่างเล็กนั่นแล้วล่ะก็ มีคนพร้อมที่จะสานต่อได้ทุกเมื่อ
หมับ
ยองเบหันกลับไปมองเจ้าของมือที่คว้าต้นแขนตนเองเอาไว้อย่างตกใจ "ลี ซึงฮยอน"
"นายเลิกกับพี่ซึงฮยอนแล้วเหรอ" คนถามไม่รู้ว่าคำถามของตัวเองกรีดลึกลงไปที่ก้อนเนื้อในอกของคนตรงหน้า "พี่ซึงฮยอนไม่เคยเป็นอย่างนี้มาเกือบปีแล้ว ตั้งแต่คบกับนายนั่นแหละ”
เมื่อเห็นใบหน้าที่สลดลงไปของยองเบ ซึงฮยอนก็ปล่อยมือออกจากท่อนแขนนั่น ให้ตายสิ นี่พี่เขาไปหลอกเด็กมาหรือเปล่าเนี่ย
“อย่าคิดมากเลย ฉันก็แค่ถามไปอย่างนั้นเอง” ลี ซึงฮยอนปลอบใจ “อีกอย่างพี่ซึงฮยอนเขาอารมณ์แปรปวนอยู่แล้ว คงไปหงุดหงิดพวกไม่ได้เรื่องมากกว่า”
“ซึงรี” ซึงรีหรือ ลี ซึงฮยอน ที่กำลังจะก้าวไปชะงักเมื่อได้ยินเสียงหวานเอ่ยออกมา “พี่ซึงฮยอน เขาคงโกรธฉันจริงๆ แหละ” คลี่ยิ้มบางๆ จนคนฟังอดที่จะรู้สึกนับถือไม่ได้ ถ้าเป็นปกติยองเบคงร้องไห้ไปแล้ว แต่นี่ยังยิ้มออกมาได้อีก ถึงแม้ว่ารอยยิ้มนั่นจะดูเหนื่อยๆ ก็ตาม “ขอโทษนะ ที่ทำให้ทุกคนเดือดร้อน” ร่างเล็กบอก แล้วหันหลังเดินจากไป
ถึงแม้ว่าจะความรู้สึกช้าขนาดไหน แต่ยองเบก็ยังรู้สึกได้ว่ามีคนเดินตามตัวเองมา ร่างเล็กรีบสาวเท้าให้เร็วขึ้นด้วยความตื่นตะหนัก พลางควานหาโทรศัพท์ให้กระเป๋าไปด้วยโดยพยายามไม่ให้คนที่เดินตามมารู้ตัวเป็นที่สุดว่าเขากำลังอะไรอยู่
ตุบ
ร่างเล็กที่จ้ำอ้าวอยู่เมื่อครูล้มลงไปก้นกระแทกกับพื้นเข้าเต็มๆ
“เด็กเก่าซึงฮยอน” น้ำเสียงที่ถูกถามด้วยเสียงสูงเหมือนกับว่าประโยคนั้นเป็นคำถาม แต่ไม่ต้องการคำตอบ ถูกเอื้อนเอ่ยจากชายหนุ่มที่ยองเบไม่รู้จักและไม่คุ้นหน้า “น่ารักดีนี่” พูดอย่างถูกใจ “แต่ว่าเป็นของเหลือเสียแล้ว จะเอาดีไหมนะ”
คำพูดที่โดนดูถูกนั่นทำเอายองเบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธปนอาย ตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยเจอคนหยาบคายแบบนี้มาก่อน ร่างเล็กที่กองอยู่กับพื้นปัดมือหนาที่จับคางตนเองอยู่ออกไปห่างๆ หารู้ไม่ว่าการกระทำเช่นนั้น มีแต่จะยั่วยุให้โดนโมโห
“ให้ตายสิ ดื้อจริงๆ เลยนะ ทั้งๆ ที่ก็เป็นแค่อดีตลูกแมวน้อยของชเว ซึงฮยอนแท้ๆ”
- - - - - - - -
อ๊ากกกกกกก โปรเจคเร่งด่วน