posted on 29 Jan 2012 00:01 by be-tigger in Translation
ในที่สุด พรุ่งนี้ก็เป็นวันที่
งานชิ้นแรกของคาโต้ ชิเงอากิ
"Pink and Gray"
วางแผงแล้ว
ทุกคน มาแชร์ช่วงเวลาหนึ่งของชิเงะที่ฝันเป็นจริงกันเถอะ
ยังไงก็
ผมอ่านไปสามรอบแล้ว (หัวเราะ)
ผมควรจะมีอะไรหลายๆ อย่างที่จะพูดเกี่ยวกับนิยายนะ แต่ว่าผมจะแย่เอาได้ถ้าบอกชิเงะ
และล่าสุดนี้....
ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับเขา
ได้มีแผนที่จะออกอากาศบน news every เร็วๆ นี้
โคยาม่า เคอิจิโร่ ในฐานะ ผู้ประกาศข่าว จะพูดคุยกับ คาโต้ ชิเงอากิ ในฐานะ นักเขียน!!
พวกเราทั้งคู่ค่อนข้างเขินนะ~
ได้โปรดดูด้วย
------------------------
ตอนแรกจะไม่แปล
แต่เอนทรี่พี่โคะอวยชิเงะ น่ารักจัง >w<
posted on 28 Jan 2012 19:02 by be-tigger in Translation
คาโต้ ชิเงอากิครับ วันนี้วันที่ 28 มกราคมแล้ว นิยายเล่มแรกของผม Pink & Gray ได้วางแผงสักทีนะ
ตั้งแต่ผมตื่นขึ้นมาก็ได้รับเมลมากมายจากหลายๆ คนที่ส่งมายินดีด้วย ขอบคุณมากๆ ครับ
ผมก็แค่ยังไม่เข้าใจแบบจริงๆ สักที บางทีมันอาจจะเริ่มต้นตั้งแต่นี้ต่อไป ยังไงก็อย่าเสียโอกาสที่จะอ่านนะ ถ้าคุณชอบมันผมจะดีใจมากๆ ถ้าคุณซื้อมันผมจะยินดี
โคยาม่าซังบอกว่า เขาอ่านไปสามรอบแล้ว (และดูเหมือนว่าเขาร้องไห้หลายรอบอีกด้วย) ถ้าแม้แต่โคยาม่าที่เริ่มอ่านมันก็ไม่มีปัญหา คนที่อ่านไปได้นิดหน่อยก็ไม่เป็นไร เทโกมัส... orz ยังไงก็... ได้โปรดสนุกไปกับงานของผม งานที่จริงจัง
----------------
ยินดีด้วยนะ ชิเงะจัง
ขอให้ฟีดแบคกลับดีๆ น๊าาาา
พี่โคะเจ๋งมาก อ่านไปสามรอบแล้ว
แสดงว่าเป็นนิยายที่เศร้าด้วยสินะ
รูปจาก duet 2012-02
posted on 20 Jan 2012 23:06 by be-tigger in Translation
Mahou no Melody
Artist: Tegomass
ความรู้สึกที่คลุมเคลือและความไม่สบายใจที่ผมไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้
เหมือนกับมีคนโยนก้อนกรวดเบาๆ
เป็นระรอกคลื่นบนผิวน้ำ
ดนตรีที่ร้องเกี่ยวกับความใจดีสะท้อนความตื่นเต้นในหัวใจ
และมันเหมือนกับเป็นชิ้นส่วนความหวังที่สำคัญที่ผมทำหายใจ
และผมได้รับอนุญาตให้หามันอีกครั้ง
ก่อนที่เราจะรู้ เราได้หันกลับไปแล้ว
มันทำให้นึกถึงและรู้สึกเหมือนกับว่าน้ำตาของผมกำลังเอ่อล้น
ถ้ามีแสงสว่างส่องบนทางที่ครั้งหนึ่งเราเคยเดิน
ผมจะได้รับอนุญาตให้ฟังอารมณ์ของตัวเอง
บทเพลงแห่งเวทมนต์ ดังลั่นแม้จะอยู่ไกล
มันจะทำให้ความเศร้าโศกและบาดแผลของคุณ
ละลายหายใจและเปลี่ยนเป็นรอยยิ้ม
ไม่สำคัญว่าจะเมื่อไหร่ นานเท่านานที่คุณฮัมเพลง
ทำนองนั่น เหมือนกับสายลมที่นำพาความสดชื่น จะทำให้หัวใจของคุณโบยบิน
คุณจะสามารถไปที่ไหนก็ได้
ดวงดาวที่เติมเต็มท้องฟ้ายามค่ำคืน เหมือนกับว่าจะสัมผัสได้เพียงแค่เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าและเขย่ง
วันที่ยื่นมือเล็กๆ นั่นออกไป พยายามที่จะคว้าดวงดาว
ยังคงอยู่ในความทรงจำ
บทเพลงที่ขับร้องเกี่ยวกับความรักที่ผมได้ยินบ่อยๆ
ท่ามกลางวันที่ย้อนกลับมา ระหว่างจินตนาการกับความจริง
ได้ถูกลืม
แม้ว่ามันจะสว่างมากๆ อย่าหันกลับไป
อีกด้านของกำแพงของความทรงจำ
แม้ว่ามันจะเล็กน้อย ในทุกวันที่ใช้ชีวิต
แสงสว่างกำลังเอ่อล้น
บทเพลงแห่งเวทมนต์ ที่ดังและข้ามเวลา
คำอธิษฐานที่คุณมี คำสาบานที่คุณทำ
ทั้งคู่จะถูกเปิดเผยตรงหน้า ดวงตาของคุณ
วันที่เราฮัมเพลง
ดนตรีนั่น เหมือนกับดวงดาวระยิบระยับ อยู่ในด้านหลังของหัวใจของคุณจนถึงตอนนี้
และมันจะช่วยผลักให้คุณก้าวไปข้างหน้า
บทเพลงแห่งเวทมนต์ ดังลั่นแม้จะอยู่ไกล
มันจะทำให้ความเศร้าโศกและบาดแผลของคุณ
ละลายหายใจและเปลี่ยนเป็นรอยยิ้ม
ไม่สำคัญว่าจะเมื่อไหร่ นานเท่านานที่คุณฮัมเพลง
ทำนองนั่น เหมือนกับสายลมที่นำพาความสดชื่น จะทำให้หัวใจของคุณโบยบิน
คุณจะสามารถไปที่ไหนก็ได้
----------------------------
ได้ฟังเพลงนี้ครั้งแรกแล้วก็ติดเลยล่ะ พอดีช่วงนี้ไม่ว่างด้วย ก็เลยแปล(?) แหะๆ
หาเรื่องอู้ไม่อ่านหนังสือมากกว่า
XD
หาเรื่องอัพบลอค
อาจจะผิดพลาดไปบ้าง ขออภัยฮะ
posted on 15 Jan 2012 20:54 by be-tigger in TiGGeR-L
อัพครั้งแรกของปี
ตอนแรกเห็นแอปปมันอัพแล้วเราก็รีบอัพเดทเลย
อยากรู้ว่าจะมีอะไร
โธ่ เปลี่ยนรูป
anti ageing ยี่ห้อ โฟโต้เฉพาะ
หน้าวิงค์และเด้งทุกคนไป
ช่วงนี้ไม่ได้แปลอะไรเลย
เรียนทุกวันเลย
เหนื่อย เสาร์หน้าก็สอบอีกแล้ว ฮืออออออออออออออออ
posted on 31 Dec 2011 15:33 by be-tigger in News
credit: L'Arc-en-Ciel official myspace
พิมพ์ไอ้ตัวยึกๆ ไม่ได้อะ แหะๆ
แคปมาจากไอโฟน เลยมีเครื่องหมาย < ติดมาด้วย
:: สวยมาก
:: งามมาก
:: สีสันครบ
:: แต่นี่มัน best single หรือ อัลบัมใหม่ - -
:: อยากตบตี
:: ในไทยจะเอาแผ่นที่มีเวอร์ชั่นพังค์มั้ยนะ
:: ปีหน้ามีแต่เรื่องเสียเงินเนอะ
:: แต่ปกงามอะ!!!!
:: ถ้าเอาไหมมาแทนผู้หญิงคนนั้นจะงามกว่านะ
:: XDXD
posted on 27 Dec 2011 16:47 by be-tigger in Translation
ความคิดและความรู้สึกที่อยู่ในสุงิโซตอนที่เขาได้ไปทำกิจกรรมเพื่อสนับสนุนกู้คืนพื้นที่ประสบภัย
แผนการในอนาคตของวง
ตอนนี้สุงิโซจะมาตอบคำถาม
อย่างแรกเลย บอกเราหน่อยถึงความคิดของคุณในคอนเสิร์ตวันนี้
SUGIZO: คอนเสิร์ตนี้จัดเพื่อช่วยผู้ประสบภัยจากภัยพิบัติ เพราะอย่างนั้นผมจึงครุ่นคิดสิ่งต่างๆ มากมาย พวกเราระวังที่จะทำไม่ทำอะไรมากเกินและอะไรบ้าๆ อย่างคอนเสิร์ตปกติ พวกเรารู้สึกขอบคุณมากๆ ที่เรา LUNA SEA ได้ทำคอนเสิร์ตนี้เพื่อกู้คืนทางตะวันออกของญี่ปั่น และมีคนมากกว่าสองหมื่นคนที่เห็นด้วยกับเรามาที่เวนิว
จนถึงวันนี้ ตั้งแต่สมาชิกแต่ละคนยุ่งกับความมุ่งมั่น(ในงาน)ของตัวเอง ความจริงแล้วพวกเราไม่มีเวลาซ้อมด้วยกัน แต่มันกลายมาเป็นอะไรที่มหัศจรรย์มากและคอนเสิร์ตที่เร้าอารมณ์
คอนเสิร์ตนี้ก็คอนเสิร์ตการกุศลที่จัดในฐานะส่วนหนึ่งของกิจกรรมของวงเพื่อกู้คืนภาคตะวันออกของญี่ปุ่น สุงิโซซัง คุณก็มีงานที่ช่วยกู้คืนส่วนตัวเหมือนกัน อย่างที่ไปเป็นอาสาสมัครในพื้นที่ประสบภัย การไปเป็นอาสาสมัครนี้คุณได้เห็นด้วยตาของตัวเอง หลังจากภัยพิบัติ คุณได้ประสบการณ์แบบไหนกลับมากัน จากตอนที่อยู่ที่นั่น
SUGIZO: เวลามันกระทันหันหลังจากภัยพิบัติเกิดขึ้น ตอนที่ผู้คนต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด ดังนั้นผมก็เลยคิดว่า 'แต่ละคนและทุกคนต้องช่วยกัน' นั่นเป็นเหตุผลที่ผมไปพื้นที่ประสบภัย ตอนที่ไปที่นั่นมันทำให้ผมรู้อย่างชัดเจนว่ามีคนเก่งมากมายที่เสียชีวิตไป ถนนถูกทำลายไปจนสิ้นซาก มันน่ากลัวนะ แต่ว่าก็ยังมีหลายๆ คนที่มาจักทั่วโลกอย่างผมที่ต้องการมาช่วยโดยการเป็นอาสาสมัคร ในหมู่พวกเขามีคนกลุ่มน้อยที่เผชิญกับเหตุการณ์นั้นเพื่อที่พวกเขาจะได้กลับบ้าน แต่แม้ว่าพวกเขาจะเป็นอาสาสมัคร พวกเขาก็ไม่ได้มาหาผลประโยชน์หรือโอกาสในการทำธุรกิจ พวกเขาไปที่นั่นโดยที่ไม่ได้หวังว่าจะได้สิ่งตอบแทน แรงจูงใจที่ไปเป็นอาสาสมัครก็เพราะอยากช่วยและฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย มันอาจจะไม่เหมาะสมที่บอกอย่างนี้ แต่ว่ามันเป็นภาพที่สวยงามมากๆ
มีผู้คนทั่วโลกมามายที่ช่วยซัพพอร์ตญี่ปุ่น แม้ว่าพวกเขาจะไม่สามารถไปยังพื้นที่ประสบภัยได้ คุณรู้สึกยังไงเกี่ยวกับเรื่องนี้
SUGIZO: ผมคิดว่าภัยพิบัติในครั้งนี้จะทำให้โลกเป็นหนึ่งเดียว เพื่อความแน่นอน เลือกผู้คนกลุ่มน้อยกับพลังที่ต้องการจะสู้ต่อไป อย่างเช่นการเมือง แผ่นดิน เศรษฐกิจและศาสนา แต่แม้ว่าภัยพิบัติจะเริ่มต้นทำให้โลกเป็นหนึ่งด้วย ผมรู้สึกถึงสถานการณ์ของทุกประเทศที่ผมไป จะขอบคุณผู้คนที่ช่วยเหลือญี่ปุ่นจากต่างประเทศยังไงก็ไม่พอ การสนับสนุนของพวกเขาทำให้เรารู้ว่า เราไม่ได้โดดเดี่ยว พวกเราอยากจะขอบคุณทุกคนที่ช่วยซัพพอร์ตญี่ปุ่นในปีนี้โดยการใส่ทุกอย่างลงไปในดนตรีของเรา ทุกประเทศที่เราได้ไป พวกเราอยากจะแสดงความขอบคุณที่ช่วยเหลือญี่ปุ่นผ่านดนตรีของพวกเรา
ในฐานะ LUNA SEA คุณจะทำกิจกรรมเพื่อฟื้นฟูญี่ปุ่นต่อไป ตอนนี้ ในอนาคตมีกิจกรรมที่ตัดสินใจว่าจะทำแน่นอนแล้วหรือยัง
SUGIZO: อาจจะทำคอนเสิร์ตการกุศล หรือ อาจจะขายสินค้าเพื่อการกุศล หรือ ไปเยี่ยมพื้นที่ประสบภัยในฐานะ LUNA SEA และทำกิจกรรมบางอย่าง ยังไม่มีกิจกรรมที่แน่นอน แต่ว่านานเท่านานที่พื้นที่ประสบภัยต้องการการฟื้นฟู พววกเราจะจับกันแล้วใช้อำนาจของ LUNA SEA พวกอยากจะดำเนินการทำกิจกรรม 'LUNA SEA For JAPAN' จนกว่าจะถึงวันที่ญี่ปุ่นถูกฟื้นฟูเสร็จหมดแล้ว
---------------------------------------
สัมภาษณ์สุงิจังกับ music japan plus นะ
แปลแบบมึนๆ แต่แอบรู้สึกว่ามันไม่ต่างกับ JaME WORLD เท่าไหร่เล๊ยยยยย
โอยยยยยยยยยยย
แอบอยากให้สุงิจังมาเป็นนายกฯ ญี่ปุ่นแทน ฮ่า
posted on 26 Dec 2011 18:33 by be-tigger in Sale
ขายออกแบ้วววว
วันนี้มาขายของจ้ะ
แผ่น CHASE ของลาร์ค lmtd มือหนึ่ง แผ่นญี่ปุ่นเน้อ
ราคา 750 บาท
งดต่อนะ ;w;
อัพรูปเดียวนะ ขี้เกียจ แต่ว่าถ้าขอดูรูปเพิ่มได้
ส่งไปรษณีย์หรือนัดรับที่สยามได้
SF: Very Merry X'mas
Pairing: HS
Note: ฟิคหื่นปั่นไม่ทันอะ ปั่นหิคหวานก่อน ฮ่า ใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงแบบมึนๆ และถ้าขึ้นชื่อว่าช็อทฟิค มันช็อทจริงๆ!
Let's ENJOY ;)
ทิวทัศน์สวยๆ นั้นมีให้เห็นมากมาย สำหรับศิลปินอย่างเขา ภาพที่สวยงามที่สุดก็คงจะเป็น ตอนที่อยู่บนเวทีแล้วมองลงมาเห็นแฟนๆ หลายพันชีวิตที่มาสนุกด้วยกันที่คอนเสิร์ต
บนถนนหลายสายที่ถูกเติมเต็มไปด้วยแสงไฟหลากสี อาจรวมไปถึงของประดับตามเทศกาลมากมายอย่างเช่นต้นสนเล็กใหญ่ที่ขาดไม่ได้ในวันคริสต์มาสอย่างนี้
ร่างสูงในเสื้อโค้ทตัวหนา ทอดน่องไปเรื่อยๆ ตามถนนเส้นยาว มือที่ซุกอยู่ในกระเป๋านั่นจับโทรศัพท์มือถือเครื่องบางไว้ตลอดเวลา ด้วยเกรงว่าหากใครอีกคนโทร.มาแล้วเขาจะไม่รู้
Ar.....r....r
เขารีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูทันที หากแต่กลับเป็นข้อความอวยพรวันคริสต์มาสจากคนที่เขาไม่ได้ต้องการตอนนี้
เสียงเพลงประจำเทศกาลเรียกให้เขาละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์ ก่อนเก็บมันลงที่เดิม
ภาพซานต้าคลอส พร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยความใจดีนั่น แม้จะมีหนวดเคราบังไปกว่าครึ่ง กลับไม่ได้ลดความใจดีนั่นลงเลยแม้แต่น้อย เด็กๆ ที่ยังไม่กลับบ้านต่างก็ไปรุมล้อมตาแก่ในชุดแดงเห็นเด็กแล้วก็นึกถึงใครบางคนที่อยู่กับเขามักจะทำตัวเด็กไม่สมอายุเสมอ
สุงิโซ
คิดแล้วก็เผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
"ท่าจะบ้านะครับ"
เสียงที่ดังขึ้นจากทางด้านหลังทำให้เขารีบหันกลับไปมอง
ใบหน้าที่คิดถึงมาตลอดทั้งวันมาอยู่ตรงหน้าแล้ว สองมือของสุงิโซไขว้ไว้ด้านหลัง
เขารีบสาวเท้าก้าวเข้าไปหา ก่อนที่จะใช้หลังมือสัมผัสเบาๆ ลงบนแก้มตอบนั่น
"คุณฮีธมือเย็นจัง ทำไมไม่ใส่ถุงมือล่ะ"
น้ำเสียงติดจะขุ่นๆ ทำเอามือเบสแห่ง X Japan เผลอยิ้มออกมา
"ต้องโทษตัวเองสิ สุงิจังมาช้านี่"
คนมาช้ายู่หน้า แต่การกระทำกับตรงกันข้าม สุงิโซสอดมือของตัวเองไว้กับฝ่ามือหนาของอีกฝ่าย
ฮีธทำเพียงอมยิ้มน้อยๆ พลางกระชับฝ่ามือแล้วเดินต่อไปข้างหน้า
การไร้บทสนทนาทำให้สุงิโซค่อนข้างอึดอัด ในใจก็กังวลไปต่างๆ นานาว่าฮีธจะโกรธ โดยลืมไปสนิทว่ามือเบสรุ่นพี่คนนี้ใจเย็นขนาดไหน
ฮีธแสร้งทำเป็นมองไม่เห็นดวงตาสีน้ำตาลที่เหลือบมองเขาเป็นระยะๆ เขาก้าวต่อไปโดยไม่ปริปากอะไร
"หืม" เลิกคิ้วเป็นเชิงถาม เมื่อเห็นสุงิโซหยุดกึก
"ผมหิวน้ำ จะไปซื้อน้ำตรงนู้น" ชี้ไม้ชี้มือให้ดู "คุณฮีธจะเอาอะไรหรือเปล่าครับ"
เขาส่ายหัวเบาๆ "ฉันจะไปนั่งรอตรงนั้นนะ"
สุงิโซพยักหน้ารับ ก่อนกึ่งวิ่งกึ่งเดินออกไปจากตรงนั้น
เมื่อเห็นแมวน้อยของเขาวิ่งจากไปจนลับตาแล้ว มือข้างที่เคยจับกุมสุงิโซไว้กับยกแนบที่อกด้านซ้าย หัวใจของเขาเต้นรัวราวกับจะหลุดออกมาข้างนอกอย่างนั้นแหละ
"ไม่ใช่รักแรกซะหน่อย ฮิโรชิ ตื่นเต้นไปได้" เอ่ยกับตัวเองเบาๆ พลางเดินไปนั่งรอที่ๆ ตนบอกเอาไว้
เมื่อสุงิโซกลับมาเนื่องจากได้ของที่ต้องการแล้ว เขาก็พาร่างโปร่งนั่นเดินต่อไป หากแต่มือที่กุมอยู่นั้นกลับแน่นจากอุ่นจนร้อน และยังคงไร้บทสนทนาเช่นเดิมสำหรับทั้งคู่
"คุณฮีธ" เรียกเสียงแผ่ว
"หืม"
คนที่เคยมั่นใจอยู่ตลอดเวลากลับขาดความมั่นใจเอาเสียดื้อๆ ฟันซี่เล็กนั่นกัดที่ริมฝีปากอย่างประหม่า
"ยังโกรธผมอยู่เหรอครับ" ถามพลางช้อนตามอง
"ทำไมถึงคิดแบบนั้น"
"ก็คุณฮีธไม่ยอมพูด" ก้มหน้างุด
ฮีธกลั้นยิ้มเอาไว้ "ปกติสุงิจังเป็นฝ่ายพูดนี่นา วันนี้ยังพูดน้อยจนฉันแปลกใจ"
สุงิโซเคยเงยขึ้นมา ดวงตาเรียวนั่นแวววับ "คุณฮีธหาว่าผมพูดมากเหรอครับ"
มือเบสเอวบางขาเล็กทำเพียงยักไหล่ แล้วทอดน่องต่อไปเรื่อยๆ แต่สุงิโซกับหยุดกึกเอาดื้อๆ เช่นกัน
"หืม... ก็... คงจะอย่างนั้นล่ะมั้ง" เกาคางอย่างไม่แน่ใจ
มือที่ถูกกอบกุมอยู่ถูกดึงออกอย่างรวดเร็วจนฮีธเหวอ พลางจ้ำอ้าวหนีไปจนเขาต้องก้าวเร็วๆ รีบไปคว้าข้อมืออีกฝ่ายเอาไว้
"สุงิจัง!" ฮีธพูดเสียงเข้มจนอีกฝ่ายน้ำตาคลอ "อย่าร้อง" เกลี่ยน้ำตาออกแผ่วเบา
"ขอโทษที่งี่เง่า" ก้มหน้าซุกอก "ผมรู้ว่าผมพูดมาก แต่ไม่อยากคุณฮีธพูดแบบนั้นออกมา"
มือหนาลูบไปที่เส้นผมสีน้ำตาลนั่นอย่างอ่อนโยน
"ขอโทษ" กลับเป็นฮีธที่เอ่ยออกมา
"ไม่ต้องขอโทษครับ ผมงี่เง่าเอง" เงยหน้าขึ้นมาบอก แล้วซุกลงกับแผ่นอกอุ่นๆ ต่อ
ทั้งคู่ยืนอยู่อย่างนั้น ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่
"จูบสิ" เสียงเล็กๆ เรียกให้สุงิโซที่หลับตาพริ้มอยู่เปิดเปลือกตาขึ้นมอง รวมถึงฮีธด้วย
เป็นเด็กหญิงตัวน้อยที่ดูยังไงก็คงไม่เกินเจ็ดขวบ
สำหรับคุณพ่อลูกสาวหนึ่งอย่างมือกีต้าร์และไวโอลิน เขารู้สึกถูกชะตากับเด็กตัวน้อยตั้งแต่ลูน่าเกิดมาแล้ว ส่วนมือเบสหน้านิ่งอย่างฮีธก็ไม่ได้อะไรกับเด็กอยู่แล้ว
"จูบสิ"
"เอ๋"
"มานะจัง ไม่เอานะจ๊ะ" หญิงสาวถลาเข้ามาอุ้มเด็กน้อยเอาไว้ พลางก้มหัวขอโทษขอโพยยกใหญ่
"มิสเซิลโท" เด็กหญิงตัวน้อยยังคงชี้ไปที่เหนือหัวของสมาชิก X Japan ทั้งสอง
สุงิโซและฮีธเงยหน้ามองช่อมิสเซิลโทเหนือหัว ก่อนยิ้มออกมา
"ขอบใจนะ" ฮีธเอ่ยกับกามเทพตัวน้อยที่โบกมือย๋อยๆ และทำให้เขาได้กำไรอีกแล้ว
ริมฝีปากบางนั่นก้มลงจูบอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา
Dear Sugizo,
Merry Christmas
Heath
------------------------------------------
อืม...ม...
มันเป็นธรรมเนียมน่ะ ว่ายืนใต้ช่อมิสเซิลโทแล้วจะต้องจูบกัน -/////-
ก็เลยจบแบบนี้ 5555555555555
แอบเลววว
แต่ชื่อฟิคมาจาก <3 นะ ที่อัพโน้ตใน fb
แอร่กกกกกกกกกกกกกกกกก
posted on 22 Dec 2011 20:06 by be-tigger in TiGGeR-L
captured from niconico live ;)
nice shot ne, Sugi chan >w<
kawaii ne
actually, this is NEWS's blog
not J-Rock OTLllllll