[HS] June bride

posted on 21 Apr 2012 03:13 by be-tigger  in short-fiction  directory Fiction, Asian

June bride

Pairing: HeathxSugizo

Note: ฟิคย้อนยุค(มั้งนะ)

 

 

Let's ENJOY ;)

 

ท้องฟ้ามหานครโตเกียวถูกปกคลุมไปด้วยกลุ่มเมฆสีเทาหนาทึบ ไม่นานนักสายฝนก็โปรยลงมาตามคาด สายฝนแรกของเดือนมิถุนายน

มือเบสจากวงร็อคชื่อดัง X Japan กำลังถือร่มในมือ เดินกลืนไปกับผู้คนรอบข้างอย่างไม่มีใครจดจำได้

เอี๊ยด.....ด.....ด!!!

เสียงล้อรถยนต์เสียดสีไปกับพื้นถนนดังกลบเสียงฝน เรียกความสนใจจากผู้คนรอบข้างเป็นอย่างดี

ร่างบอบบางในชุดเจ้าสาวสีขาวและเส้นผมสีชมพูแดงๆ นั่น ล้มอยู่กลางถนน ห่างไปไม่ถึงเมตรเป็นรถยนต์สีดำที่ดูท่าว่าจะเป็นเจ้าของเสียง

เมื่อครู่

ฮีธเลิกคิ้วมองอย่างแปลกใจ เมื่อเห็นว่าคนที่จะเข้าไปช่วยคนที่เกือบโดนรถชนนั่น ก้าวถอยออกมา เขาจึงตัดสินใจเข้าไปแทน

เงาดำของร่มที่ถือมาบังสายฝนไว้ ทำให้ร่างบางที่ฟุบอยู่บนพื้นถนนเงยหน้าขึ้นมอง ดวงตาเรียวนั่นตวัดมองเจ้าของร่มอย่างไม่เป็นมิตร

"ออกไป"

"หืม อย่างน้อยลุกไปจากตรงนี้ก็ยังดีนะ" ฮีธบอกอย่างหวังดี เมื่อสังเกตเห็นว่าการจราจรเริ่มติดขัด "หรือจะรอตำรวจอยู่ตรงนี้ก็ได้นะ"

"บัดซบ"

คำสบถที่ไม่น่ารัก ตรงข้ามกับหน้าตานั่นทำเอามือเบสถอนหายใจเฮือก ก่อนตัดสินใจพยุงร่างบางนั่นขึ้นมา

 

 

ฮีธเพียรพยายามถามเท่าไหร่ร่างบางตรงหน้าก็ไม่ปริปากพูดเลยแม้แต่น้อย กระแสตอบรับที่ได้มามีเพียงแค่ตาขวางๆ นั่น ทำเอาฮีธจนปัญญาที่จะทำอะไรเหมือนกัน พอบอกว่าจะพาไปส่งตำรวจ ก็มองตาขวางมากกว่าเดิมอีก สุดท้ายเลยมาจบที่อพาร์ตเมนท์ของเขานี่แหละ

ตุบ

"เฮ้ย"

มือเบสร้องเสียงหลง เมื่อโดนร่างบางในชุดเจ้าสาวกระโดดคร่อม มือขาวนั่นพยายามจะบีบคอเขาให้ได้เลยสิน่ะ

'ผู้หญิงอะไรแรงเยอะเป็นบ้า' คิดขณะที่กัดฟันรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายพลิกคนด้านบน

"ปล่อยนะเว้ย"

เสียงแหลมที่หลุดออกมาจากปากนั่นทำเอาฮีธงงหนัก "ผู้ชาย?"

"ก็ใช่น่ะสิ คิดว่าฉันเป็นอะไรกัน!"

"ใจเย็นๆ สิสุงิจัง"

น้ำเสียงขี้เล่นดังมาจากด้านหลัง ทำเอาทั้งคู่ชะงัก เมื่อเห็นว่าเจ้าของเสียงเป็นใครฮีธก็เบิกตากว้าง

"คุณฮิเดะ!"

ฮิเดะโบกไม้โบกมือทักทาย แล้วกระโดดลงจากโต๊ะกลางห้องนั่น เดินมานั่งขัดสมาธิข้างๆ สุงิโซที่นอนราบอยู่กับพื้นโดยมีฮีธเป็นฝ่ายคร่อมไว้แทน

"หนีมาโลกมนุษย์แบบนี้มันไม่ดีรู้มั้ย เดี๋ยวก็โดนลงโทษหรอก"

สุงิโซผลักฮีธออกจากตัวแล้วรีบลุกขึ้น โผเข้ากอดฮิเดะทันที

"สงสัยต้องฝากฮีธคุงดูแลสุงิจังสักพักแล้วล่ะ" ฮิเดะบอกพลางสบตามือเบสรุ่นน้อง ทั้งๆ ที่ยังคงลูบเส้นผมสีชมพูแดงๆ นั่นเพื่อปลอบขวัญอยู่

"จะดีเหรอครับคุณฮิเดะ สุงิจังน่ะ มาเพื่อจะเอาชีวิตคุณฮีธนะ"

ฮีธหันควับไปมองต้นเสียงทันที แล้วก็พบกับใบหน้าน่ารักที่ห่างออกไปไม่ถึงคืบ

"ก็คุณฮิเดะมัวแต่สนใจเจ้านี่เลยไม่แต่งงานกับฉันนะอิโนะจัง"

อิโนรันพยักหน้ารับเบาๆ ด้วยใบหน้าจริงจัง ไม่รู้ว่าเห็นด้วยหรืออะไรกันแน่

ฮิเดะส่ายหัวยิ้มๆ "ไม่เอาน่ะ ยังไงสุงิจังก็ได้อยู่กับฉันไม่ใช่เหรอ แต่ฮีธคุงน่ะ ไม่ได้อยู่ด้วยนะ"

"แต่ว่าเพราะไอ้บ้านี่" ปรายตาของฮีธ ก่อนสะบัดหน้าหนี "ทำให้คุณฮิเดะไม่ตอบตกลงคำขอของผมนี่" พองลมใส่แก้มอย่างน่ารัก จนอิโนรันอดไม่ได้ที่จิ้มเบาๆ

ฮิเดะยีหัวสุงิโซ "ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อย"

"คุณฮิเดะ เวลาจะหมดแล้วครับ ปล่อยสุงิจังไว้นี่แหละ"

แขกผู้มาเยือนใหม่อีกหนึ่งเอ่ยเตือน เลยโดนเขวี้ยงค้อนใส่อีกราย "เงียบไปเลยเจ"

"อ่า จริงสินะ เพราะสุงิจังหนีลงมาโลกมนุษย์ ถ้าถูกจับได้ล่ะโทษหนักแน่ๆ เอาเป็นว่าแกล้งหลงมาก็แล้วกันนะสุงิจัง" ฮิเดะเอ่ยเสร็จสรรพพลางยืดตัวลุกขึ้นยืน "ต้องกลับแล้วล่ะ ขืนมานานจะโดนจับเข้าจนได้ ยังไงก็ฝากฮีธคุงดูแลสุงิจังด้วยนะ" พูดเร็วๆ ไม่ได้ฮีธได้แทรกขึ้นมา

"ฝากสุงิจังด้วยนะครับคุณฮีธ" เป็นอิโนรันที่บอก

"ถ้าดื้อล่ะก็ลงโทษได้เลยนะฮะ"

สิ้นเสียงเจร่างสามร่างก็หายแวบไปกับตา ทิ้งฮีธไว้กับคนที่เพิ่งจะบีบคอเขาไปไม่นานนี้เอง

 

 

 

 

 

"นี่"

"นี่"

"นี่"

ตลอดสามวันที่ผ่านมาฮีธยังไม่ได้ยินชื่อตัวเองเลยสักครั้งเดียว ครั้งเดียวก็ไม่มี ให้ตายสิ

"หลบไปสิ อย่าบังทีวี" โดนแว้ดกลับเสียงขุ่น

แต่มือเบสไม่กลัวหรอก กลับยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนห่างกันไม่ถึงคืบด้วยซ้ำ

"ฮีธ"

"อะ...อะ...อะไรของนายน่ะ"

"เรียกชื่อสิ ฮีธ หรือ ฮิโรชิก็ได้ ฉันไม่ได้ชื่อนี่ นี่ นี่"

เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายขบริมฝีปากอย่างไม่มั่นใจ มือเบสก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่

"สุงิจัง ทั้งๆ ที่หน้าตาก็น่ารักแท้ๆ พูดจาให้น่ารักหน่อยสิ"

"ยุ่งอะไรด้วย" บ่นอุบอิบพลางเบือนหน้าไปอีกทาง แต่ใบหน้าที่แสนจะเกลียดเพราะเป็นศัตรูหัวใจก็ตามมาหลอกหลอนอยู่ดี เพราะคำพูดเมื่อครู่มันกระทกหูของมือเบสเต็มๆ เลยน่ะสิ

"พูดเพราะๆ สิ"

สุงิโซยู่ปากก่อนจ้องฮีธกลับตาไม่กระพริบ จนคนโดนจ้องรู้สึกเสียวสันหลังแวบ นี่เขากำลังจะโดนฆ่าทิ้งอีกรอบใช้มั้ยนะ

"นายตาย!"

สิ้นคำคนหน้าตาน่ารักก็พุ่งตัวเข้าใส่ฮีธจนก้มลงไป สุงิโซรีบขึ้นคร่อมอย่างรวดเร็ว มือขาวๆ พุ่งตรงไปที่ลำคอบของฮีธครั้งที่สิบสองในรอบสามวัน ประสบการณ์สิบเอ็ดครั้งที่ผ่านมาช่วยให้ฮีธเอาตัวรอดได้ดีขึ้น ครั้งนี้เลยเป็นข้อมือของสุงิโซเองที่ถูกรวบเอาไว้แทน

มุมปากของผู้ชนะถูกยกขึ้นเจ้าคนมองรู้สึกอยากปล่อยหมัดใส่ "เพราะอย่างนี้สิคุณฮิเดะถึงไม่แต่งงานด้วย"

ใบหน้าขาวนั่นเปลี่ยนสีเป็นแดงด้วยความโกรธเข้ากับสีผมได้เป็นอย่างดี "ไอ้..." ริมฝีปากบางนั่นถูกหยุดไว้ด้วยนิ้วเรียวยาวของมือเบส

"ถ้าพูดไม่น่ารักจะไม่ปล่อยนะ"

"ขู่เรอะ!"

ฮีธส่ายหัวเบาๆ ก่อนยิ้มยั่ว "คนอย่างฉันไม่เคยขู่"

คำบอกเล่าเรื่องของคนตรงหน้าจากคุณฮิเดะดูจะเป็นเพียงเรื่องที่ถูกปรุงแต่งขึ้น ไหนล่ะฮีธที่แสนจะว่านอนสอนง่าย คุณฮิเดะต้องโกหกพวกเขาแน่ๆ ไหนบอกเหมือนลูกเจี๊ยบในกำมือยังไงล่ะ

"ปล่อย" บอกเสียงห้วนๆ

มือเบสส่ายหัวอีกรอบ "ไม่ผ่าน" พลางเลิกคิ้วกวนๆ ใส่

คิ้วเรียวที่ถูกกันไว้อย่างดีมุ่นขึ้นอย่างไม่เข้าใจ ดวงตาสีน้ำตาลนั่นมองมาอย่างสงสัย ฮีธรออยู่นานก็ไม่มีท่าทางว่าสุงิโซจะเปิดปากถามถึงประโยคที่ไม่เข้าใจ เขาจึงถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนยอมปล่อยข้อมือที่กุมไว้โดยดี

เจ้าสาวกลางสายฝนยันตัวลุกขึ้นนั่ง ก่อนอ้าปากเหวออย่างพูดไม่ออก เมื่อหน้าผากกลมมนนั่นถูกริมฝีปากบางของมือเบสประทันลงมา ไม่ใช่ครั้งเดียวเสียด้วยสิ

ฮีธจูบหน้าผากนั่นจนกว่าจะพอใจ แล้วหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนเดินเข้าไปในครัว เพื่อหาของล่อมาดับอารมณ์คุกกรุ่นของสุงิโซตอนนี้

 

 

 

 

"มันจะดีเหรอครับคุณฮิเดะ"

ฮิเดะยู่ปากอย่างครุ่นคิด หลังจากเงยหน้าจากอ่างสีทองสวยที่เอาไว้ส่องดูยังโลกด้านล่าง

"อาจจะดีก็ได้นะริวจัง"

ริวอิจิพยักหน้า "อาจจะครับ ถ้าคุณฮิเดะไม่ได้แค่อยากแกล้งสุงิจังเล่น"

ฮิเดะแอบเบ้ปากอย่างเซ็งๆ เมื่อมีคนรู้ทัน แถมไอ้คนๆ นั้นยังเป็นรุ่นน้องอีกตั้งหาก พอปลายตาไปมอง ก็เห็นแวบๆ ว่าเจ้ากระต่ายหน้าตาน่ารักอย่างอิโนรันก็ดันพยักหน้าเห็นด้วยกับริวอิจิ ไม่มีใครเข้าข้างเขาสักคน

"ไม่ได้แกล้งหรอกน่ะ แค่ดัดนิสัยเอาแต่ใจเท่านั้นแหละ"

"สุงิจังเอาแต่ใจคุณฮิเดะมากกว่านะครับ" เป็นอิโนรันที่บอก คราวนี้ริวอิจิเป็นฝ่ายพยักหน้าสนับสนุน

คนหัวแดงที่อายุมากกว่านั้นมุ่นคิ้วเข้าหากันเป็นเชิงคิดหนัก อย่างไม่แน่ใจกับสิ่งที่ตนทำลงไป

"ถ้าคุณฮีธเป็นอะไรไปเพราะสุงิจัง" อิโนรันเอ่ยขึ้นมาเบาๆ

โป๊ก

"เจ็บนะริวจัง!" กระต่ายหน้าตาน่ารักหันไปแยกเขี้ยวใส่เพื่อน เขกลงมาได้ หัวนะไม่ใช่นุ่น

"ก็เขกให้เจ็บน่ะสิ เงียบๆ แบบเดิมนั่นแหละดีแล้วอิโนะจัง"

ระหว่างที่สองเพื่อนซี้อย่างริวอิจิและอิโนรันกำลังเถียงกันล้งเล้งอยู่นั้น ฮิเดะก็ก้มหน้าลงไปดูในอ่างสีทองนั่นอีกรอบ แล้วพยักหน้ากับตัวเองเพื่อสร้างความมั่นใจให้หนักแน่นกว่าเดิม

"ให้สุงิจังอยู่กับฮีธคุงไปนั่นแหละดีแล้ว กลับมานิสัยดีขึ้นแน่ๆ" ว่าแล้วก็เดินผิวปากจากไปอย่างอารมณ์ดี

"ทำไมคุณฮิเดะมั่นใจจังล่ะ" เป็นอิโนรันอีก ที่ถามขึ้นมา

ริวอิจิเหล่เพื่อนที่ปกติไม่พูดมากขึ้นนี้ อาจจะเพราะรายนี้ก็เห็นเป็นเรื่องสนุกไม่แพ้คุณฮิเดะนักหรอก "จะไปรู้เหรอ" ว่าแล้วก็เดินหนีอิโนรันไปอีกคน

 

 

 

นิ้วเรียวยาวสวยตามแบบฉบับของมือเบส ก็ยังดูสวยอยู่วันยังค่ำ แม้ว่าจะถูกใช้มาสระผมให้กับน้องชายคนสำคัญของฮิเดะก็ตาม สุงิโซนอนพิงขอบอ่างราวกับลูกแมวเชื่องๆ ยอมให้ฮีธสระผมให้โดยดี

"เล่าเรื่องคุณฮิเดะต่อสิ เล่าให้ฟังหน่อย"

น้ำเสียงออดอ้อนนั่น ทำให้นึงถึงสาเหตุที่ทำให้เสือดาวตัวโตกลายเป็นลูกแมวเชื่องๆ อย่างนี้

'อยากฟังเรื่องคุณฮิเดะมั้ยล่ะ' น้ำเสียงทุ้มๆ เอ่ยออกมา ทำเอาคนที่กำลังจะพุ่งเข้ามาประทุษร้ายรอบที่สามของวันหยุดชะงัก ก่อนพยักหน้าหงึกหงักแล้วนั่งแหมะลงกับเบาะรองนั่งอย่างเรียบร้อย

'เล่าเยอะๆ นะ คุณฮิเดะเล่าแต่เรื่องนาย ไม่เห็นสนุกเลย'

สุงิโซนั่งฟังเสียงนุ่มของฮีธอย่างตั้งใจ พยักหน้าและคอยถามคำถามเมื่อสงสัย แม้ว่าจะสงสัยไปเสียหมดเกือบทุกประโยคที่ฮีธเล่า แต่คนเล่าก็ยังคงเล่าไป ตอบคำถามไป อย่างนั้นเรื่อยๆ ไม่มีท่าว่าจะเหนื่อย

"เสร็จแล้ว" บอก พลางหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กมาคลุมเส้นผมสีน้ำพูแปร๋นนั่น

"ขึ้นได้แล้วใช่มั้ย ตัวเหี่ยวหมดแล้ว" หันไปถาม

ฮีธพยักหน้าพลางกลั้นหัวเราะ

"หัวเราะอะไรล่ะ คุณฮีธสระผมนานเป็นบ้า" เบ้ปากใส่แล้วลุกพรวดขึ้นจากอ่างน้ำทันที

คนตัวเหี่ยวเดินร่อนออกจากห้องน้ำโดยที่มือเบสเดินตามมาติดๆ ระหว่างที่กำลังหยิบชุดนอนที่เจ้าของบ้านเตรียมไว้ให้นั้น สุงิโซก็รู้สึกถึงสายตาบางอย่างที่จับจ้องมาที่ตน

"ไอ้บ้า!" เขวี้ยงเสื้อนอนสีอ่อนไปที่ฮีธทันที

มือเบสทำเพียงหัวเราะเบาๆ "ก็คนนะ เล่นเดินแก้ผ้าอย่างนั้นออกมาก็ต้องมองสิ" ตีหน้าขรึมแล้วพูดต่อ "แล้วตกลงจะไม่ใส่เสื้อผ้าเหรอ"

ผิวแก้มขาวๆ นั่นเปลี่ยนเป็นสีแดงจนดูเข้ากับสีผม แล้วกระชากชุดนอนที่ตัวเองเพิ่งปาใส่เขาไปกลับมาสวมใส่อย่างรวดเร็ว ภายในหัวก็วางแผนคิดเรื่องแก้แค้นมือเบสที่ยืนพยายามหยุดหัวเราอยู่นั่นเอง

ฮีธที่ยืนหันหลังให้อยู่ หันกลับมาควับเมื่อได้ยินเสียงไม่รื่นหู

เจ้าสาวกลางสายฝนของคุณฮิเดะก่อเรื่องอีกแล้ว

ใบหน้าที่ปกติมักจะอมยิ้มน้อยๆ อยู่เสมอเรียบตึง มือเบสกำลังหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด

รู้ๆ กันอยู่ว่ามือเบสแห่ง X Japan นี้ รักความเป็นระเบียบมากขนาดนั้น แล้วนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่สุงิโซทำนิสัยไม่ดีแบบนี้ เมื่อขัดใจอะไรก็อาละวาดตลอด

สุงิโซหยุดการทำลายข้าวของ เมื่อสังเกตได้ถึงความผิดปกติ ทุกทีฮีธจะรีบเข้ามาห้าม แต่ไม่ใช่กับครั้งนี้ มือเบสยืนนิ่ง ทั้งสีหน้าและแววตาเรียบเฉยจนคนมองนึกกลัวจนต้องหลบตา ริมฝีปากบางนั่นเม้มเข้าหากันแน่น

ในที่สุดฮีธก็เป็นฝ่ายเดินออกไปก่อน

                                     

 

 

ดวงตาเรียวมองผ่านกระจกใสออกไป แม้ว่าท้องฟ้าจะสดใส แต่ก้อนเมฆกลับรวมตัวกันเป็นก้อนใหญ่ๆ หลายก้อนลอยไปมาตามกระแสลม ฝนกำลังจะตก และเจ้าของบ้านก็ยังไม่กลับมา

ท้องฟ้าเริ่มอึมครึมไม่ต่างจากบรรยากาศในบ้านสองสามวันที่ผ่านมาสักเท่าไหร่

ถึงแม้ว่าฮีธจะหาข้าวให้กินเหมือนเดิม แต่รสชาดมันกลับเฝื่อนคอ เมื่อต้องนั่งจัดการอาหารทั้งสามมื้อคนเดียว ไม่มีคนคอยดุยามเขาอาละวาด คนที่คอยเล่าเรื่องฮิเดะให้ฟังก็ไม่มี หรือแม้แต่คนที่คอยสระผมให้

"ผู้ชายอะไรวะ ขี้งอนชะมัด" ยู่ปากอย่างหงุดหงิด ก่อนถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ "ง้อก็ได้"

เมื่อตัดสินใจได้ดังนั้น ร่างโปร่งบางนั่นก็คว้าร่มคันใหญ่เพราะจำได้ลางๆ ว่าเมื่อเช้าฮีธไม่ได้เอาร่มไปด้วย แต่แบกเบสตัวใหญ่ไปแทน

แต่เมื่อออกมาถึงหน้าอพาร์ตเม้น สุงิโซก็หันซ้ายหันขวาอย่างเลือกไม่ถูกว่าจะไปทางไหนดี ใช่ว่าไม่เคยออกจากบ้าน แต่ไม่เคยไปที่ทำงานของมือเบสตั้งหากล่ะ

"สุงิ"

เจ้าของชื่อขมวดคิ้ว เมื่อได้ยินเสียงที่ไม่น่าจะได้ยิน

"ชินจัง?"

"สุงิจัง ต่อไปนี้พวกเราจะนำทางนายเอง เดินไปเลย"

"ริวจัง?"

ตลอดเวลาสิบห้านาทีสุงิโซได้ยินแต่เสียงล้งเล้งของเพื่อนที่มัวแต่เถียงกันว่าไปทางไหน อ่า ยกเว้นอิโนรันไว้หนึ่งคน ไม่แน่ใจว่านั่งมอง

เพื่อนเถียงกันเพลินหรือว่าหลับไปแล้วกันแน่ เพราะฉะนั้นตลอดเวลาสิบห้านาทีสุงิโซจึงไม่ได้เดินไปไหนไกลจากอพาร์ทเม้นสักเท่าไหร่

"เงียบสักที !" ตวาดออกมาเสียงดังจนคนรอบข้างหันมามอง สุงิโซแกล้งทำเป็นไม่่รู้ไม่ชี้แล้วเดินต่อไป

ในที่สุดเจ้าก้อนเมฆนั่นก็แปรเปลี่ยนเป็นเม็ดฝนที่ค่อยๆ ล่วงหล่นลงมาจากฟ้า

ร่มคันใหญ่ถูกเอามาใช้บังฝนให้เหมาะสมกับหน้าที่ของมันพอดี

"สุงิจัง" เสียงเรียกชื่อทำเอาสุงิโซอ้าปากจะด่า แต่ก็ต้องเปลี่ยนใจในเมื่อมันเป็นเสียงของอิโนรัน

"อิโนะจัง"

"คุณฮีธที่หนึ่งนาฬิกา ล็อค ยิง !"

สุงิโซมองตามทิศที่อิโนรันบอก แต่โชคร้ายที่ตอนนี้ฝนตกและผู้คนต่างหยิบร่มขึ้นมาบังเจ้าหยดน้ำจากท้องฟ้านั่น ทัศนียภาพจึงไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่นัก เขามองเห็นเป้าหมายแวบๆ ก่อนรีบเดินไปจนไม่ได้มองทาง

มือเบสในเสื้อโค้ทสีดำตัวยาวกำลังก้าวเร็วๆ เพื่อหาที่หลบฝน มันคงไม่ดีกับทั้งตัวเขาและเบส หากจะตากฝนกลับบ้าน

"คุณฮีธ !"

ฮีธหยุดชะงักก่อนหันกลับไป

ปึก ! !

"คุณฮีธ เป็นอะไรมากหรือเปล่า"

สุงิโซเมื่อเห็นมือเบสยืนหลับตากุมหน้าอยู่ แต่ฮีธกลับพูดไม่ออกว่านอกจากเขาจะโดนหน้าผากของสุงิโซชนเข้าเต็มๆ แล้วยังโดนร่มที่เจ้าตัวถืออยู่นั่นจิ้มเข้าที่หัวอีกด้วย

"กลับบ้านกันนะ" พูด พลางคว้ามือข้างที่ว่างของฮีธเอาไว้

ฮีทยอมเดินตามกลับไปอย่างงุนงง แต่สีหน้ายังคงเรียบเฉยแบบเก่า ส่วนคนที่กำลังถือร่มนั้นฮัมเพลง(ที่ฮีทไม่รู้จัก)ไปอย่างอารมณ์ดี

จู่ๆ คนที่ดูอารมณ์ดีนั้นก็หยุดเดิน มือขาวที่กุมมือฮีทไว้นั้นเย็นเยือกจนเขารู้สึกได้ถึงเหงื่อที่ซึมออกมาและแรงบีบที่เพิ่มมากขึ้น ฮีทจึงดึงร่มมาถือแทน

“ขอโทษ” พูดเสียงเบา “ที่งี่เง่า”

ฮีทรับคำในลำคอ ก่อนกระชับมือนุ่มนั่นแล้วเดินต่อไป หากแต่สุงิโซไม่ยอมก้าวต่อ ทำให้เม็ดฝนนั่นซึมเข้าเสื้อสีขาวนั่นจนแนบไปกับผิวขาว

มือเบสยืนมองภาพนั้นอยู่ชั่วครู่ ก่อนถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ “อยากเป็นเจ้าสาวกลางสายฝนอีกหรือไง”

ในที่สุดฮีทก็ยอมเปิดปากพูด อดีตเจ้าสาวกลางสายฝนเงยหน้าขึ้นมาพลางยิ้มกว้าง

“เล่นน้ำฝนก่อนได้มั้ยล่ะ”

“ไม่”

แม้ว่าจะไม่ได้รับคำอนุญาต แต่น้องชายของฮิเดะก็ออกไปเริงร่ากลางสายฝนไม่ยอมกลับเข้าร่ม ทิ้งให้มือเบสยืนมองแล้วเผลออมยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว

“ถ้าพอใจแล้วก็ตามกลับไปนะ”

คนฟังเบิกตากว้าง เพราะมั่นใจว่าตัวเองนั้นเดินกลับไม่ถูกเป็นแน่ พอคำนวณถึงผลที่ตามมาแล้ว จึงยอมวิ่งตามฮีทที่เดินก้าวสั้นๆ รออยู่ไป

“คุณฮีท สระผมให้หน่อยนะ” อ้อนเสียงหวาน พลางช้อนตาแป๋วๆ นั่นมอง “อาบด้วยกันเลยก็ได้ คุณฮีทก็เปียกเหมือนกันนี่เนอะ” พูดเองเออเองโดยที่ไม่ได้สังเกตสีหน้าปั้นยากของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย

สุงิโซลากฮีทเข้าห้องน้ำที่ไม่ได้กว้างมากนัก น้ำอุ่นไม่ได้ถูกเตรียมไว้อย่างเคย ฝักบัวจึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของการอาบน้ำวันนี้

"เข้ามาอาบด้วยกันนั่นแหละ" สุงิโซบอกเมื่อเห็นอีกฝ่ายยืนนิ่งอยู่หน้าห้องน้ำ

"ไม่ล่ะ นายอาบก่อนเถอะ"

"คุณฮีทมาเขินอะไรตอนนี้" ถามพลางสาวเท้าเข้าไปหา ทั้งที่เกือบเปลือยทั้งตัว

"ไม่ได้เขิน แต่มันคงไม่ดีถ้าฉันจะอาบน้ำกับว่าที่เจ้าสาวของคุณฮิเดะ"

สุงิโซมุ่นคิ้ว อันที่จริงสองสามวันที่โดนงอนเขาแอบลืมคุณฮิเดะไปแล้วเสียด้วยซ้ำ อีกอย่างฮีทก็เคยเข้ามาสระผมให้บ่อยๆ ทำอย่างกับไม่เคยเห็นอย่างนั้นแหละ

"ชั่งสิ ผมไม่ใช่เจ้าสาวของคุณฮิเดะสักหน่อย มาอาบด้วยกันเดี๋ยวนี้เลย" พูดเสร็จก็ลากมือเบสที่ขืนตัวเล็กๆ เข้ามาในห้องน้ำ แถมยังจะเซอร์วิสด้วยกันถอดเสื้อผ้าให้อีกด้วย แต่ฮีทจับมือขาวที่กำลังจะเลิกเสื้อเขาไว้เสียก่อน

สุงิโซก็แค่คิดว่าจะทำตัวดีๆ ไถ่โทษเท่านั้นแหละ

ฝักบัวอันเดียวไม่อาจเผื่อแผ่สายน้ำยังไปคนทั้งสองคนได้ทั่วถึง สุงิโซจึงถึงแขนอีกฝ่ายที่อยู่เสียห่างให้เข้ามาใกล้

"ตอนนั้นน่ะ ทำไมคุณฮีทถึงช่วยผมไว้"

"หืม นั่นสินะ" ยิ้มบางๆ

"ถ้าไม่ใช่ผมแต่เป็นคนอื่น จะทำแบบนี้หรือเปล่า" ยังคงถามไม่เลิก

เส้นผมสีสว่างนั่นลู่ไปตามใบหน้าและลำคอ เช่นเดียวกับผิวขาวที่มีหยดน้ำเกาะพราวไปหมด เหมือนกับวันแรกที่พบกัน

"ไม่รู้หรอก รู้แค่ว่า..."

นิ้วเรียวยาวนั่นลากไปตามแผ่นอกขาว ก่อนมาหยุดอยู่ที่หัวไหล่มน

"...จะทำอย่างนี้กับเธอคนเดียว"

เมื่อความชื้นของริมฝีปากอุ่นนั่นเข้าครอบครองกลีบปาก สุงิโซไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้น เหมือนสมองหยุดการทำงานไปชั่วขณะ ก่อนที่วงแขนขาวๆ นั่นจะโอบรอบคออีกฝ่ายเอาไว้

แผ่นหลังของสุงิโซถูกดันไปติดกำแพง ฝ่ามือร้อนแม้ว่าจะอยู่ใต้สายน้ำเย็นฉ่ำลูบสเปะสะปะไปทั่วผิวขาวๆ นั่น

 

 

 

 

 

 

สุงิโซไม่แน่ใจว่าตัวเองนั้นหลับไปเมื่อไหร่ ความรู้สึกแปลบๆ ที่สะโพกทำให้นึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนขึ้นมา ก็รู้สึกร้อนวาบที่ผิวแก้ม พื้นที่ข้างกายนั้นว่างเปล่า เจ้าของที่คงไปทำงานแล้ว

"ออร่าสีชมพู"

"คุณฮิเดะ!"

"ก็ใช่น่ะสิ ไม่ใช่ฮีทคุงที่เพิ่งออกไปหรอกน่ะ ผิดหวังเหรอ"

"เปล่าสักหน่อย" ตอบงึมงำอยู่ในลำคอ

ฮิเดะอมยิ้มน้อยๆ กับท่าทางเขินอายที่เห็นไม่บ่อยนัก แม้ว่าสุงิโซจะบอกชอบเขาอยู่หลายรอบ แต่นานๆ ทีถึงจะเห็นเขินเป็นกับเขาบ้างเหมือนกัน

"แม้แต่ตัวสุงิจังก็เป็นสีชมพู" อิโนรันเอ่ย พลางลากนิ้วไปตามร่องรอยที่ฮีทสร้างไว้เมื่อคืน

"ไม่เอาน่ะอิโนะจัง เห็นมั้ยว่าสุงิจังกำลังจะสุกแล้ว" แซว ก่อนผิวปากหวือ

สุงิโซทำปากยื่นอย่างงอนๆ "ดูกันอยู่ตลอดเลยเหรอครับ"

ฮิเดะโบกมือไปมือเป็นเชิงปฏิเสธ "ใครจะไปดูกันล่ะ"

"เจ !" สุงิโซสวนขึ้นมาทันที แต่อิโนรันส่ายหัว "คุณฮิเดะปิดไว้ไม่ให้ดู"

"เข้าเรื่องเถอะ สุงิจัง เหลือเวลาอีกไม่นาน พวกนั้นก็จะหาตัวเธอเจอแล้วนะ" ฮิเดะลูบหัวคนที่นั่งนิ่งอยู่บนเตียงเบาๆ "ฉันไม่แน่ใจว่าจะนานแค่ไหน อาจจะแค่ชั่วโมงสองชั่วโมงหรือวันสองวัน"

หันไปกอดฮิเดะแน่น "ผมอยากอยู่ที่นี่"

"ฉันรู้ แต่มันเป็นไปไม่ได้ สุงิจังรู้ใช่มั้ย"

สุงิโซพยักหน้ารับ ฮิเดะคลี่ยิ้มบางๆ ก่อนเกลี่ยน้ำตาอย่างเบามือ น้อยครั้งที่จะเห็นผู้ชายคนนี้อ่อนโยนได้ขนาดนี้

"แล้วเจอกันที่ข้างบนนะสุงิจัง" จูบที่หน้าผากกลมมนนั่นแผ่วเบา ก่อนหายวับไป

ร่างโปร่งนั่งชันขา พลางซุกหน้าลงกับเข่าอย่างคิดไม่ตกว่าจะทำอย่างไรดี

"สุงิจัง"

เจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นมอง เมื่อพบว่าเป็นใครก็ลุกพรวดตะโดดเข้าไปกอดอีกฝ่ายแน่นโดยลืมไปเสียสนิทว่าตัวเองกำลังเจ็บสะโพกอยู่

"เป็นอะไร หืม"

ส่ายหัวทั้งๆ ที่ยังซุกอยู่กับอก

"ทำไมวันนี้กลับเร็วล่ะครับ"

ฮีทเกาหัว "ฝนจะตกน่ะ เลยกะว่าจะมานั่งดูกับใครบางคน แล้วก็" จูงมือสุงิโซมานั่งที่เตียง พลางกอดไว้แน่น "ถ้าได้อยู่อย่างนี้คงจะอุ่นน่าดูเลยล่ะ"

ผิวกายของสุงิโซอุ่นกว่าเดิม อาจะเป็นเพราะเจ้าตัวยังไม่ได้ใส่เสื้อผ้า เสียงหยอกล้อกันดังไปทั่วห้อง แม้ว่าส่วนใหญ่จะเป็นเสียงของสุงิโซก็ตาม

"คุณฮีท ทำเหมือนที่เราเจอกันตอนแรกได้มั้ย"

คนโดนถามขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ

 

 

 

 

 

ร่างโปร่งบางในชุดเจ้าสาวชุดเดียวกับครั้งแรกที่เขาเจอ กำลังยืนอยู่กลางสายฝนอีกรอบ โดยที่เขายืนถือร่มดูอยู่

สุงิโซท่าจะชอบน้ำฝน

"คุณฮีท" ตะโกนเรียกพลางกวักมือให้อีกฝ่ายเดินเข้าไปหา "แต่งงานกับผมนะ"

คนโดนขอแต่งงานแบบไม่ทันตั้งตัวชะงักกึก ก่อนที่สมองจะค่อยๆ ประมวลผลว่าเมื่อกี้สุงิโซพูดว่าอะไร เขาก็โดนขโมยจูบเสียแล้ว

"ผมขอสาบานว่าจะรับคุณฮีทเป็นคู่ชีวิตของผมคนเดียว"

ฮีทไม่ตอบ มือข้างที่ว่างจากการถือร่มนั่นจับที่ท้ายทอยอีกฝ่ายให้เงยหน้าขึ้นจูบ

"อืม"

"ทำไมตอบสั้นจังล่ะครับ"

มือเบสดึงสุงิโซเข้ามากอดแน่น ก่อนกระซิบที่ข้างหูเบาๆ "จะตอบยาวๆ คืนนี้"

คำตอบของเจ้าบ่าวหมาดๆ ทำเอาเจ้าสาวแก้มแดงแจ๋

ฉับพลันดวงตาเรียวก็เหลือบไปเห็นสิ่งที่ไม่อยากเจอมากที่สุด

'ผู้นำทาง'

แสดงว่าเขากับผู้ชายตรงหน้าจะต้องแยกจากกันแล้ว

"ผมรักคุณฮีทนะครับ" พูดเสียงแผ่ว

ท่าทางที่เปลี่ยนไปของอีกฝ่ายทำเอาฮีทแปลกใจ

"ลาก่อน"

มือเบสเบิกตากว้างขึ้นอย่างตกใจเมื่อได้ยินคำสุดท้าย สุงิโซผละออกจากอ้อมแขนของเขาอย่างง่ายดายแล้ววิ่งตรงไป ฮีทหันกลับหมายจะคว้าอีกฝ่ายไว้ หากแต่หยุดชะงัก เมื่อเห็น

เจ้าสาวของตนอยู่กับใครบางคนที่คลุมหน้าด้วยผ้าสีขาว แม้ว่าฝนจะตกแต่ผ้านั่นก็ไม่เปียกเลย ทำให้เขารู้ทันทีว่าจะต้องจากอีกฝ่ายไปแล้ว

มุมปากถูกยกขึ้น รอยยิ้มบางๆ ที่แฝงไว้ด้วยความสมเพศตัวเอง

"ลาก่อนสุงิจัง ฉันก็รักเธอ เจ้าสาวกลางสายฝนของฉัน"

 

 

 

"สุงิจังไม่ได้ไปไหนไกลหรอก" เสียงที่ไม่ควรจะมี เพราะเขาอยู่ในห้องเพียงคนเดียว ดังขึ้น

คราวนี้ฮีทไม่ได้ตะโกนออกมาอย่างตกใจแบบครั้งแรก "คุณฮิเดะ"

"เด็กดื้อนั่นก็แค่กลับไปยังที่ๆ ตัวเองมา"

ฮีทยิ้มให้อย่างเหนื่อยอ่อน "ครับ"

"แต่เขาก็อยู่ในนี้" จิ้มไปที่หน้าแกฝั่งซ้าย "ของนายไม่ใช่เหรอ"

"ครับ"

ฮิเดะถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายกับรุ่นน้องคนนี้ ฮีทเป็นคนเจ้าระเบียบ เลือกซื้อของนานเกินไป น่าเบื่อโคตรๆ แต่ก็เป็นเด็กดี เช่นเดียวกับน้องชายหัวชมพูของเขาอีกคน

"คุณฮิเดะไม่ต้องห่วงหรอกครับ ผมไม่เป็นไร เชื่อว่าสักวันผมจะได้อยู่กับสุงิจังแน่ๆ"

"อย่างนี้สิ สมกับเป็นฮีทคุงหน่อย" ตบไหล่รุ่นน้องด้วยแรงที่ไม่เบานัก "ฉันไปล่ะนะ อ้อ ไม่ต้องห่วงสุงิจังล่ะ รายนั้นมีคนดูแลเยอะ"

พยักหน้าเบาๆ

คนดูแลที่ว่า คงจะหนีไม่พ้นเหล่าบรรดาเพื่อนที่สุงิโซเคยเล่าให้ฟังล่ะมั้ง

----------------------------------------------

 

::กำลังนั่งสครีมเอตะอยู่เลยแต่งฉากนั้นไม่ได้ โกเมนเนะ::

::สารภาพว่าจบไม่ได้ดั่งใจ ฉากจบที่คิดว่าไม่ใช่แบบนี้ แต่นึกฉากที่คิดว่าตอนแรกไม่ออกจริงๆ โกเมนเนะ::

::แต่ตั้งใจให้จบแบบนี้อยู่แล้ว เพราะสุงิไม่ได้มาเพื่อที่จะมาอยู่กับคุณฮีทตั้งแต่ทีแรก แต่มาเพื่อรัก กริ้วววววว::

 

 -คำพูดของ 'ฮิเดะ' ไม่รู้จะแปลยังไงให้สวยๆ แต่ชอบ เพราะคำว่าผู้ชายธรรมดาๆ-

"I'm not a 100% good guy. I'm not a 100% perfect hero.I'm just an ordinary.I do something good and  also bad. However,That's my life. But do not focus on my bad, then take a look on my good.Look at my life which full of my endeavor."

 

 

edit @ 21 Apr 2012 03:24:49 by TiGGeR-L

038: NEWS おめでとう

posted on 19 Apr 2012 15:20 by be-tigger  in News  directory Asian
 
 
NEWS
 
ระยะทางที่ห่างกันไปปีกว่าๆ เกือบ 2 ปี
 
ซิงเกิลสุดท้าย ในฐานะสมาชิก 6 หก Fighting man วันที่ 3 พฤศจิการยน แล้วก็มีไฟล์ที่เอ็มสเต ปลายปี 2010 นั่นแหละ
 
 
ตอนแรกมันมีภาพนี้มา คืออยากร้องไห้มาก กำลังจะกลับมาแล้วใช่มั้ย NEWS ในฐานะ NEWS ไม่ใช่มาแบบ โคยาชิเงะ หรือ เทโกมัส
 
 
 
 
 
นาฬิกาเคานท์ดาวน์ของเรามันไม่เท่าชาวบ้านเขาเอง เป็นแค่ในไอโฟนนะ แต่ในเว็บก็เท่าอยู่ - - งงเล็กๆ
แต่ก็ลุ้น
 
 
 
 
 
แล้วก็รอแบบตาไม่กระพริบ คุยกับเพื่อนอยู่ก็ไม่ได้สนใจมันด้วย ฮ่า
 
 
เสร็จแล้วหน้าเว็บก็บอกว่า KちゃんNEWS ออนแอร์แล้วนะ เราเปิดดักไว้แล้ว โฮะ
ก็นั่งฟังไป ทั้งๆ ที่ฟังไม่รู้เรื่อง แต่คือได้ยินเสียง 4 คน อยู่ด้วยกันแล้วน้ำตาไหล
เสียงมันล้งเล้งมาก แลดูป่วนเบาๆ แต่น้ำตาไหล
 
พูดไม่ออก
 
คิดถึงมาก
 
สุดท้ายแล้วก็มีทั้งซิงเกิล เบสท์อัลบัม และทัวร์ ดีใจมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
 
 
บอกไม่ถูก
 
 
ตอนแรกมันเจ็บปวดนะ คือเป็นวงที่ former members เยอะกว่า เมมเบอร์ปัจจุบันน่ะ แต่ไม่ว่าจะเหลือกี่คนก็รัก
 
 
 
ตอนนี้ทางเว็บเปิดให้โหตว 4 เพลง เพื่อลงใน Best album ของ นิวส์
 
รายละเอียดวิธีโหวต >> -จิ้ม-
 
 
เป็นวันที่มีค่า ดั่งวันที่เรียนจบ (เว่อร์)
 
 
 
คิดถึง
 
 
 
hand in hands and walking together
 

 

edit @ 19 Apr 2012 15:48:19 by TiGGeR-L

037: yukki cover

posted on 28 Mar 2012 19:17 by be-tigger  in TiGGeR-L  directory Asian
 
 
 
 
เพราะไปคิโนะ เลยหมดตัว หมดจริงๆ ฮ่า
 
แบบเพราะเล่มนี้เล่มเดียวเลย ไม่ชอบพกเงินเยอะๆ เลยหมดตัวพอดี - -"
 
บางทีก็สงสัยว่า อิแป๊ะนั่นเป็นใคร 5555555555555
 
แต่ accessories ของยุกกี้ยังคงหรูเหมือนเดิม หรือหรูกว่าเดิม
 
 
 

[the GazettE] msg หลังจาก DECADE live

posted on 19 Mar 2012 19:35 by be-tigger  in Translation  directory Entertainment, Asian
 
แปลจากอังกฤษ
 
 
 
 
น้องไค: 10 ปี เป็นหนทางที่ไกลสำหรับพวกเรา ผมพูดได้แค่ว่าขอบคุณกับทุกๆ คน
สนับสนุน the GazettE ต่อไปนะ
 
พี่เร: พวก เราเดินทางมาถึงการฉลองครบรอบ 10 ปี แล้ว ขอบคุณมากๆ! เราโตมาด้วยกัน
ผมชอบที่จะเห็นการเติบโตขึ้นของทุกคน ได้โปรดคอยดูผมด้วยนะ เรายังมีเส้นทางอีก
ยาวไกลที่จะก้าวต่อไป มามุ่งไปด้วยกันเถอะ!

[L'Arc] สัมภาษณ์ไฮด์ MSG

posted on 19 Mar 2012 17:52 by be-tigger  in Translation  directory Entertainment, Asian
สัมภาษณ์ hyde จากเว็บ examiner
 
ถ้าผิดพลาดยังไงก็ทักท้วงได้นะ
 
 
 
Let's ENJOY ;)
 
 
 
 
 
 
 
 
L'Arc~en~Ciel หมายถึง สายรุ้ง ในภาษาฝรั่งเศส แต่ว่าก็ยังเป็นชื่อหนึ่งในวงร็อคชื่อดังของญี่ปุ่น ที่จะมาเปิดคอนเสิร์ตที่ Madison Square Garden เป็นครั้งแรกในวันที่ 25 มีนาคม

ความจริงแล้วนี่เป็นครั้งแรกที่วงได้เล่นในนิวยอร์ก L'Arc~en~Ciel จากโอซาก้าในปี 1991 ได้ทำรายได้โดยมีอัลบัมที่ถูกขายไปแล้วมากกว่า 13 ล้านแผ่น และซิงเกิลอีกมากกว่า 16 ล้านแผ่น พวกเขาเคยแสดงที่สหรัฐครั้งนึงที่ บัลติมอร์ ในปี 2004 กับผู้ชมหนึ่งหมื่นคน

พวกเขาได้เปลี่ยนแปลงตารางคอนเสิร์ตใหม่ จาก Garden's smaller theater ที่ MSG ในวันที่ 23 มีนา เนื่องจากเพราะว่ามีความต้องการที่จะชมคอนเสิร์ตครั้งนี้อย่างล้นหลาม แล้วที่นิวยอร์กนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของเวิร์ลทัวร์ที่รวมทั้งฮ่องกง ไทย เซี่ยงไฮ้ ไทเป ลอนดอนและปารีส ก่อนที่จะกลับไปยังญี่ปุ่นอีกด้วย

ทัวร์นี้เป็นการฉลองครบรอบ 20 ปี ของวง ที่กลับมาอีกครั้งหลังจากเดือนพฤษภาคม หลังจากเวันช่องว่างไปถึงสามปีด้วย โดยที่คอนเสิร์ตที่จัดขึ้นที่ Ajinomoto stadium นั้น ตั๋วคอน sold out ส่วนกำไรที่ได้จะบริจาคให้กับการฟื้นฟูสึนามิทั้หมด L'Arc~en~Ciel ได้ปล่อยบ๊อกซ์เซ็ต Twenity และอัลบัมใหม่ของพวกเขา BUTTERFLY

L'Arc~en~Ciel มีนักร้องนำและกีต้าร์ริทึมคือ ไฮด์ ที่เคยแสดงที่นิวยอร์กแล้วครั้งนึงเมื่อปี 2009 ในฐานะ VAMPS มือเบสและนักร้องแบค เท็ตสึยะ มือกีต้าร์และนักร้องแบ็ค เคน และมือกลอง ยูกิฮิโระ

(เพิ่มเติม ครั้งแรกที่เฮดไลน์เป็นวงร็อคจากญี่ปุ่น ไฮด์ได้คอมเม้นท์ในโชว์ ทัวร์ แล้วก็อีเมลของวง ซึ่งได้รับความช่วยเหลือโดย ยูริโกะ มิยาซากะ)

คุณเคยเล่นที่สหรัฐมาก่อน แต่ว่านี่เป็นครั้งแรกที่นิวยอร์ก ทำไมถึงใช้เวลานานนักล่ะ(ที่จะกลับมา)
ไฮด์: ผมคิดว่าตอนนี้พวกเราได้เวลาแล้ว

ได้เวลา แน่นอน! พวกคุณกำลังจะได้เล่นที่ MSG เป็นวงญี่ปุ่นวงแรกที่ได้พาดหัวข่าวที่นี่!
ไฮด์: ผมรู้สึกเป็นเกียรติ มันจะต้องเป็นวันที่สำคัญมาก

คุณตัดสินใจในการตั้งชื่อ L'Arc~en~Ciel ยังไง
ไฮด์: มันฟังดูดี เราก็เลยเลือกชื่อนี้ และตอนนี้ผมก็คิดว่า ชื่อนี้ได้อธิบายถึงคาแร็คเตอร์ของเรา -ความหลากหลาย- ได้ดี

วงของคุณมารวมตัวกันได้ยังไง
ไฮด์: เราก็แค่ได้เจอเมมเบอร์ที่ยอดเยี่ยม

อะไรที่มีอิทธิพลต่อดนตรีของคุณ
ไฮด์: British gothic rock 

ร็อคญี่ปุ่นแตกต่างจากอเมริกาหรือที่อื่นมั้ย
ไฮด์: ครับ ทั้งเมโลดี้และการจัดวางคอร์ดของร็อคญี่ปุ่นจะถูกทำอย่างละเอียด อเมริกันร็อคแบนด์จะเล่นซ้ำในค่อนคอรัส ซึ่งเราไม่ทำอย่างนั้น

วัฒนธรรมญี่ปุ่นบางอย่าง เช่น อนิเมะ ป็อปมากในสหรัฐ  แต่ว่าเจป็อป ยกเว้น Kyu Sakamoto ซึ่งติดท็อปชาร์ตของสหรัฐในปี 1963 ด้วยเพลง Sukiyaki แล้วก็ศิลปินร็อคบางกลุ่มอย่าง Shonen Knife และ Puffi AmiYumi ส่วนใหญ่แล้วจะไม่ค่อยเป็นที่รู้จักที่นี่
ไฮด์: ผมเดาว่า เพราะคนญี่ปุ่นไม่เก่งในภาษาอังกฤษ และพวกเขาก็ไม่พยายามที่จะออกไปนอกญี่ปุ่น

มีเหตุผลอื่นอีกมั้ย
ไฮด์: นี่เป็นความคิดส่วนตัวของผม แต่ไม่คิดว่าอนิเมะและสิ่งอื่นๆ จะถูกวางตลอดโดยคนญี่ปุ่น

แต่ว่ามันป็อปมาที่นี่
ไฮด์: สำหรับอนิเมะ คุณสามารถเปลี่ยนเสียงพากย์ได้ในต่างประเทศ แต่พวกเราไม่สามารถเปลี่ยนสมาชิกของวงได้

มีวงไม่มากนักที่สามารถอยู่มาได้ถึง 20 ปี อะไรคือความลับของคุณ
ไฮด์: พวกเราจะต้องอดทนและพยายาม เพราะว่าเรามีแฟนๆ ที่มากมาย

ดนตรีของพวกคุณเปลี่ยนไปบ้างมั้ง
ไฮด์: ไม่มีอะไรเปลี่ยน ผมคิดว่าคุณภาพดนตรีของเราได้รับการปรับปรุง

มีอะไรพิเศษมั้ยที่คุณกำลังมองอยู่สำหรับเวิร์ลทัวร์
: ดูหนังบนเครื่องบิน!
 
 
-----------------------------------------------
 
อ่านแล้วแบบรู้สึกว่าไหโดนกวน แต่ก็ไม่ได้อะไรมาก ชอบคำตอบไหนะ
 
สู้ๆ
 
head to MSG!!!
 
 
 
เครดิต:: examiner

036: HSJ, BKK tour cancelled

posted on 15 Mar 2012 16:05 by be-tigger  in TiGGeR-L
 
 
มันเป็นข่าวร้ายนะ ร้ายแบบบอกไม่ถูก แต่เราก็สังหรณ์ไม่ดีตั้งแต่เลื่อน press conference แล้ว
 
ไม่เข้าใจนะ ว่าทำไมชอบหลอกให้รอเก้อน้อ
 
แบบประกาศแล้วยกเลิกอะไรอย่างนี้
 
แต่ก็ดีนะ ยกเลิกเลย ไม่ได้บอกว่าเลื่อนไม่มีกำหนด เพราะมันเหมือนให้ความหวังลมๆ แล้งๆ
 
ปล่อยให้รออยู่อย่างนั้นแหละ รอไปเถอะ ยังไงก็ไม่มี
 
สงสารคนที่ไม่ได้ไปคอนลาร์ค เพราะจะเก็บเงินไว้ดูจัมพ์ อารมณ์คงแบบ ถูกหักหลังดังเป๊าะ
 
สำหรับเราเลิกหวังแล้วคอนเจอีในไทย
 
แต่จะพยายามบินไปดูให้ได้ด้วยตัวเอง
 
 
 
บางอารมณ์นะ ก็รู้สึกอยากแบนค่ายนี้ จะไม่ซื้ออะไรของจัมพ์อีกแล้ว ไม่ซัพพอร์ต
 
แต่มันแบบ เฮ้ยยย เรารักของเรามาแต่เล็กแต่น้อย ถึงจะงอนค่ายขนาดไหน ก็ทำไม่ลงอะ
 
ตั้งแต่ซิงเกิล Hitomi no Screen แล้ว ลำเอียงอย่างเห็นได้ชัด แล้วมา Super delicate ก็ลำเอียง
 
Hitomi no Screen นี่ ยูยะออกน้อยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ไม่ได้เมนยูยะ แต่น้อยใจแทนอะ
 
Super delicate เคคุงก็ออกน้อยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ออกเดี่ยวประมาณ 1 วิ ได้ ถึงหรือเปล่าก็ไม่รู้ น้อยใจแทนจริงๆ นะ
 
รู้สึกแย่แปลกๆ
 
 
 
เหตุผล เราก็ไม่รู้หรอกว่าเพราะอะไร เพราะไม่บอกสักที อุบอิบไว้
 
ฮ่องกงโชคดีจังนะ ถึงจะเลื่อนนานแต่ก็ได้ดู อาจเป็นเพราะขายบัตรไปแล้ว
 
ยังไงก็ไม่เข้าใจอยู่ดี ว่าทำไมต้อง BKK เท่านั้นที่ยกเลิก เราไม่แคร์แล้ว
 
แต่ทางค่ายทำแบบนี้ เราโคตรเจ็บ
 
เฮ่อ......................................................อ
 
 
 
ยังอยากประชดค่ายอยู่ แต่ไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
 
 
 

035: Across the sky by L'Arc~en~Ciel

posted on 10 Mar 2012 00:47 by be-tigger  in TiGGeR-L  directory Asian, Diary
 
 
วันที่ 7 มีนา วันมาฆบูชา
จะจำไปตลอดชีวิตเลย ถึงแม้จะจำไม่ได้เป๊ะๆ แต่มันเป็นความทรงจำที่ยอดเยี่ยมมาก
 
 
มันไม่ใช่รีพอร์ตคอน มันเป็นความจำที่นึกขึ้นมาได้
 
 
 
- ไม่ได้ไปรับ เพราะกว่าจะเลิกเรียนก็สี่โมงแล้ว ไปไม่ทันอยู่ดี เลยนั่งอยู่หน้าแล็ปท็อปตามข่าวแบบไม่สนใจหนังสือเรียนแล้ว ฮ่า
 
- เพรสคอน พอรูปหลุดออกมา ยุกกี้ที่รัก เราว่าเธอใส่ชุดเดียวกับที่ฮ่องกงนะ XD
 
- วันพุธนั้นก็เรียนอีกครึ่งวัน กว่าจะไปถึงก็ประมาณเที่ยงเศษๆ ร้อนมาก เหงื่อตก
 
- อยู่โซนเสี่ยงตาย F1 ได้เบอร์ที่ 247 ของ เกทหนึ่ง
 
- แต่แดดค่อยๆ ส่องมาเรื่อยๆ ไอ้เราก็เลยไปร่อนเร่และนั่งตากแอร์ในศูนย์อาหาร
 
(แม้แต่ลูกเหมียวก็ร้อน)
 
 
- เจอเพื่อนๆ ที่รู้จักเยอะเลย เหมือนเป็นการรวมตัวกันอีกครั้งเนอะ เสียดายที่ไม่ได้ถ่ายรูปด้วยกันเลย แต่ก็ได้เจอกันไม่เป็นไรเนอะ
 
- มี iPod iPad band มาคัฟเวอร์เพลงลาร์คอยู่หน้าแม็คด้วย ร้องเพราะนะ XD
 
- สุดท้ายก็ถูกต้อนเข้าคอก กร๊าก ใกล้จะได้เวลาเข้าคอนแล้วน๊าาา ขอบคุณเพื่อนมากที่รับฝากกระเป๋าไว้ ไม่งั้นเราแย่แน่ๆ
 
- เข้าคอนไปพร้อมกับแท่งไฟสีฟ้าและเจ้าสิงโตน้อยลูกเคนจัง
 
- จะบอกว่าลูกบอลยักนั่นไม่สัมผัสมือเราเลยแม้แต่น้อย เพราะอยู่ตรงกลางด้วยแล้วก็เตี้ยด้วยแหละมั้ง - -
 
- มีคุณแม่พาลูกสาวมาคอนด้วย ท่าทางจะมาเป็นเพื่อนลูกสาว เรานับถือสปิริตมาก เพราะลงโซนเสี่ยงตาย แล้วคุณแม่เขาก็ตัวเล็กกว่าเราอีก
 
- รอบๆ ตัวเป็นแฟนบอย(อีกแล้ว) ตอนคอน X ก็แฟนบอย - - เหมือนหนีไม่พ้น
 
- CG เปิดตัวคอนเริดมาก หรูมาก
 
- เพลงแรกก็ Ibara no namida น้ำตาไหลแล้ว คนข้างๆ เขากระโดดสนุกกัน ยัยนี่กระโดดทั้งน้ำตา
 
- มันไม่มีความรู้สึกตื่นเต้นนะ ตอนที่เห็นผู้ชายเจ็ดสีอยู่ตรงหน้า แต่แบบมันเหมือนสติหลุด เฮ้ย อยู่ตรงหน้าเราแล้ว ไม่ใช่ว่าเรานั่งดูอยู่หน้าแล็ปท็อป/ทีวี อะไรอย่างนี้อีกแล้ว อยู่ตรงหน้า มันยิ่งกว่านั้น
 
- มองยุกกี้แบบตาไม่กระพริบเลย
 
- คือยืนอยู่ตรงกลางๆ ระหว่างยุกกี้กับป๊ะป๋าเหมียวเหมียว เลยพอจะมองเฉียงๆ รอดขายุกกี้ไปได้บ้าง
 
- เห็นยุกกี้กระทืบกระเดื่องแล้วจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ฮ่า มันเป็นความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูกเหมือนกัน
 
- เคนจังน่ารักมาก พร้อมโพยภาษาไทย
 
- ความจริงคิดว่ายุกกี้จะใส่เสื้อที่เคนจังซื้อให้ แต่ฉากตีฉาบโมเอ้ไม่ไหวแล้ว อยากกลืนกินยุกกี้ ฮ่า
 
- I ♥ Thailand because someone in Thailand ♥ me
 
- เสื้อยุกกี้ที่เคนจังซื้อมาให้มันเขียนแบบนั้น
 
- ยุกกี้ผมบางจัง บางทั้งตัวอะ ผู้ชายคนนี้ พอแสงไฟตกกระทบมันเลยเหมือนหัวล้าน - -
 
- แต่ไม่บางไม่ได้หรอก เดี๋ยวผิดคอนเซ็ป บางทั้งตัว ฮ่า
 
- ป๋าขา ไหขา เห็นเธอแล้วเรารู้สึกเหมือนเมียงูมาล่อลวง ยิ่งตอนมาทำปากจุ๊บๆ ใส่นะ อั้ยย่ะ ฟิน
 
- ตอนไหไปด้านข้างเวทีแล้วนั่งยองๆ เล่นด้วย น่ารักมาก
 
- เท็ตจังไม่ค่อยเห็นเลย แฟนบอยบังมิด พร้อมกับบีบีของมัน แม่ง!
 
- เอาเป็นว่าจบคอนไปแบบอิ่มสุดๆ แต่มันยังรู้สึกค้างคา ตัดใจไม่ได้ว่าจะไปส่งดีมั้ย เพราะเรามีเรียนตอนเก้าโมง กลับมาเรียนไม่ทันแน่ๆ สุดท้ายก็โดด (ตัวอย่างไม่ดี)
 
- ออกจากอิมแพคตอนตีหนึ่ง ไปถึงสุวรรณภูมิตอนตีสอง โล่งมาก รถไม่มี ถ่ายรูปเล่นกันกลางถนน ฮ่าๆ ราวกับสุวรรณภูมินั้นเป็นของเรา บันไดเลื่อนก็ถ่ายมานะ เป็นของเราอีกเหมือนกัน ฮ่า
 
 
- คือที่บอร์ดมันยังไม่ถึงไฟล์ททื่ป๋าๆ จะขึ้นกัน ไอ้เราก็โคตรจะกังวล เครียด สารพัด พอเข้าเว็บสุวรรณภูมิก็ไม่มีบอกเกทอีก กลัวคลาดกันมากมาย
 
 
- สุดท้ายประมาณเจ็ดโมงเศษๆ ก็ออกไปรอข้างหน้าเกทสอง ร้อนมาก ผื่นขึ้นเต็มเลย ไปเหล่รถตู้ลุงว่าจะจอดเกทไหน
 
- ตอนนั้นเครียดมาก แบบมันไม่รู้อะไรเลย กลัว กลัวจริงๆ ว่าจะไม่ได้เจอ ความรู้สึกมันจะค้างคามากๆ
 
- สักพักรถสต๊าฟซังก็มา เข้าเกทสองที่เรายืนอยู่ แต่ลุงยังไงไม่มา
 
- เกือบเก้าโมง รถตำรวจนำมา ไอ้เราก็ชัวร์แล้ว รถลุงแน่ๆ เลยวิ่งไปหา
 
- สต๊าฟซังก็ออกมาพูดด้วย เป็นภาษาอังกฤษ ประมาณว่า ขอร้องนะ เคารพศิลปินหน่อย อย่าทำอะไรเขานะ เขาเข้าใจความรู้สึกเราว่าเป็นยังไง แต่อย่าทำอะไร (ดึง ทึ้ง) ศิลปินนะ ไอ้เราก็โอเค หมดแรงแล้วเหมือนกัน อีกอย่างก็แค่อยากเห็นใกล้ๆ แค่อยากมาส่ง ไม่มีการจับต้องทั้งนั้น
 
- แล้วก็สต๊าฟซังให้มายืนเรียงแถวอยู่ตรงทางเดินเข้าเกทหนึ่ง (ตอนนั้นหายร้อนเลย ฮ่า) มีแฟนๆ ไม่ถึง 10 คนที่ยืนอยู่ตรงนั้น นอกนั้นยืนอยู่ข้างใน ตากแอร์ ฮ่า เราก็ตัวสั่นแบบ หยุดไม่ได้แล้ว สั่นมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ น้ำตาจะไหลแล้วอะ
 
- ระหว่างรอลุงลงจากรถ สายตาเราก็จับจ้องไปที่รถตู้ตลอดเวลา
 
- จำได้ว่าเคนจังลงมาพร้อมกับคาบบุหรี่ในปาก พอดีตรงที่เรายืนอยู่มันมีป้ายห้ามสูบ ฝ่าฝืนปรับ 2000 ก็เลยเล่นมุกแป้กว่า เคนจัง ปรับ 2000 นะ ทั้งๆ ที่ตัวยังสั่นอยู่อย่างนั้นแหละ
 
- เราได้ยืนเป็นคนแรก หัวสีแดง ฟูๆ ใส่เสื้อลาร์คสีดำ แล้วอุ้มลูกสิงโตของเคนจังไว้
 
- พอเดินผ่านก็สบตาปิ๊งๆ กับเคนจัง
 
- เคนจังยิ้มให้แบบเอ็นดูอะ เหมือนยิ้มให้ลูกสาว ฮ่า เพราะหัวฟูเหมือนเจ้าสิงโตน้อย?
 
- การันตีความสูงของเคนจังจริงๆ นะ
 
- ส่วนยุกกี้ก้มหน้าเดินเข้าไปเลย ไม่รู้ว่าเห็นเราหรือเปล่า แต่เราจำภาพยุกกี้ได้จริงๆ นะ ติดตาเลย
 
- ไฮด์ เห็นอีกทีก็ข้างหลังแล้ว แต่มั่นใจว่าเราสูงเท่ากันแน่ๆ ฮ่า
 
- ส่วนเท็ตจัง ไม่เห็น ขอโทษนะ
 
- แล้วก็เดินตามลุงเข้าเกทไป น้ำตาไหลเลย ร้องไห้อยู่ตรงนั้นแหละ
 
- พอนึกถึงภาพที่ไปส่งลุง + แล้วเจอกันใหม่นะ ของไฮด์ มันทำเราร้องไห้อีกหลายรอบเลย
 
 
 
 
 
อยากจะบอกขอบคุณ แต่ไม่ได้บอก เพราะยืนเกร็งอยู่ตรงนั้นแหละ
 
 
อยากจะตะโกนบอกดังๆ ว่าขอบคุณ!
 
 
 
 
ขอบคุณ!
 
 
 
 
ขอบคุณมากจริงๆ
 
 
 
ถ้ามีเวลาจะบินไปดูที่สิงคโปร์!
 
 
 
 
 
 

[HS] 7 days, secret mission -day1-

posted on 06 Mar 2012 21:56 by be-tigger  in Long-Fiction  directory Fiction, Asian
7 days, secret mission!
Pairing: HeathxSugizo


Let's ENJOY ;)


Day1: kidnap


เสียงโวยวายที่ดังลั่นมาจากชั้นสองของบ้านหลังใหญ่ที่ตอนนี้ไฟส่องสว่างไปทั่วบ้าน เพราะพระอาทิตย์ดวงโตได้ลาลับขอบฟ้าไปแล้ว

"เสียงดังกันจังนะ"

"เด็กๆ ก็อย่างนี้แหละ แรงกำลังดี" พูดพลางยกแก้วไวน์ขึ้้นจรดปาก

ตุบ

กล่องช็อคโกแลตเหล้าอย่างดีปลิวเฉียดหน้าหัวหน้าวง X Japan ไปฉิวเฉียด แก้วไวน์ในมือถูกวางในบนโต๊ะเบื้องหน้าก่อนหันควับไปมองยังที่มาของเจ้ากล่องช็อคโกแลตยี่ห้อ

โปรด

อ่า...า

คนฉลาดสุดเพอร์เฟคอย่างโยชิกิไม่น่าจะต้องสงสัยเลยสักนิด ในเมื่อกล่องเจ้าปัญหานี่ปลิวมาจากชั้นสองของบ้าน

และเด็กในเย็นอย่างฮีธคุงก็คงไม่มีวันทำอย่างนี้เป็นแน่ จะเหลือก็แต่ น้องชายสุดที่รักของเจ้าแมงมุมสีชมพูนั่น มือกีต้าร์สดๆ ร้อนๆ ของเขานั่นเอง

"สุงิจังรุนแรงน่าดู" เป็นโทชิเจ้าเก่าที่พูดขึ้นมา พาตะที่นั่งดื่มอยู่ข้างๆ ทำเพียงพยักหน้าเห็นด้วย

เสียงโครมครามที่ยังดังไม่จบนั่นดังขึ้นเรื่อยๆ จนรู้สึกเหมือนอยู่แค่ข้างๆ หูเท่านั้น

ฟุบ

พาตะที่นั่งด่ำดื่มกับบรรยากาศแปลกๆ ของการดื่มสุราอยู่ ทำเพียงหันไปมองคนข้างๆ ที่นั่งทิ้งตัวลงอย่างแรง แต่โทชินั้นสะดุ้งเฮือก ถึงจะเจอแบบนี้บ่อยๆ แต่ก็ไม่ชินสักที

น้องเล็กของวงนั่งกอดอกหน้าบูดไม่สนใจโลก

"เอ๊ะ"

เสียงร้องอุทานออกมาเมื่อดวงตาเรียวสีน้ำตาลนั่นเห็นอะไรบางอย่างที่วางไว้เบื้องหน้า

"ช็อคโกแลตนี้" หยิบขึ้นมาพิจารณาใกล้ๆ ด้วยความไม่แน่ใจ แต่เมื่อสบตากับคุณหัวหน้าวงคนเก่ง สุงิโซก็คลี่ยิ้มแหยๆ ให้ทันที "ผมไม่ได้ตั้งใจครับ"

โยชิกิโบกมือเป็นเชิงไม่เป็นไร "อย่ารุนแรงกับฮีธคุงนักสิสุงิจัง"

"ไม่แรงหรอกครับ" พูดยิ้มๆ

หากแต่คนที่นั่งข้างๆ นั้นกำลังพึมพำอะไรบางอย่างราวกับสาปแช่งคุณฮีธเอวบางขาน้อยนี่อยู่

"แล้วลักพาผมมาที่นี่ทำไมกันครับ" พูดเสียงเย็นพลางใช้หางตามองมือเบสของวง

โยชิกิเกาคางอย่างครุ่นคิด ก่อนตอบออกมาเรียบๆ ว่า "พาสุงิจังมาพักผ่อนน่ะ"

"อะไรนะครับ!"

"ก็เห็นช่วงนี้งานเยอะ ฉันก็เลยพาสมาชิกทุกคนมาพักผ่อน" โยชิกิพูดพลางยิ้มกว้าง แล้วกระดกไวน์เข้าไปอีกอึกใหญ่ราวกับกระดกน้ำเปล่า

"ก็รู้นี่ครับว่าผมงานเยอะ แล้วทำไมโยซังถึงยังพาผมมาด้วยล่ะ ผมไม่ได้อยู่ X Japan วงเดียวนะครับ!"

พ่นออกมารัวๆ ไม่หยุดหายใจ เพราะเป็นที่รู้อยู่แล้วว่าสุงิโซเป็นคนที่จริงจังและเต็มที่กับทั้งงานและแฟนๆ ที่คอยสนับสนุนอยู่มากแค่ไหน อีกทั้งช่วงนี้เขากำลังยุ่งกับทั้งงานเดี่ยว

และกลุ่มสุดๆ ไปเลย

มือเบสที่กำลังคิดคำพูดให้คนข้างๆ ใจเย็นๆ อยู่นั้น อยู่ๆ ก็รู้สึกถึงสายตาเย็นยะเยือกราวกับจะแช่แข็งเขา

"คุณฮีธมีเอี่ยวกับแผนการครั้งนี้ด้วยใช่มั้ยครับ"

อ่า...า....า ยังกับภรรยาคาดคั้นสามีเลยแฮะ

"เปล่าสักหน่อย"

ใช่ คุณฮีธไม่เกี่ยวสักหน่อย แค่ไปยุโยซังที่บ้ายุอยู่แล้วให้มาพักผ่อนกันแบบพร้อมหน้าพร้อมตาทั้งวงเท่านั้นเองจริงๆ

"แน่ใจนะครับ"

ฮีธพยักหน้าด้วยใบหน้าที่จริงจัง แต่ยังไม่วายโดนสายตาจับผิดอยู่นั่นแหละ

สุดท้ายสุงิโซก็ยอมถอนสายตา แล้วคว้าแก้วเหล้าบนโต๊ะมาซดอึกเดียวหมด อย่างหงุดหงิด โดยที่ลืมไปว่าแก้วนั่นน่ะ ของพาตะ





ย้อนกลับไปเมื่อกลางวัน

'เช็คตารางงานถูกต้องแล้วใช่มั้ย ฮีธคุง'

'ครับ ผู้จัดการของสุงิจังน่ะ ไม่รอดมือผมหรอก' พูดพลางยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ ผิดคอนเซ็ปฮีธคุงสุดๆ

'แน่ใจแล้วใช่มั้ยว่าจะทำแบบนี้ ระวังถูกโกรธเอานะ' โทชิเอ่ยเตือนอีกรอบ แม้ว่าในใจเขาน่ะ แน่ๆ ใจสุดๆ ไปเลยก็ตาม แต่ประเด็นคือผลลัพธ์มันออกมา เขาไม่ได้เป็นคนที่ได้รับ

ผลกระทบมากที่สุด คนที่โดนโกรธมากที่สุดน่าจะเป็นฮีธมากกว่า

'เดี๋ยวสุงิจังก็คงหายโกรธ' พูดอย่างเหม่อๆ

'ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจ จัดการเอาเองก็แล้วกัน'

ฮีธลงจากรถไปพร้อมกับคนของโยชิกิอีกสองคน เบื้องหน้าคือบ้านของสุงิโซ เขาเปิดประตูเข้าไปเพราะอาศัยกุญแจและคีย์การ์ดที่ไปเผลอหยิบติดมือมาเมื่อตอนเจ้าของบ้านเผลอ

เพราะเป็นเวลากลางวัน แม้จะงานยุ่งแค่ไหน แต่ตารางวันนี้ปรากฏออกมาคือสุงิโซอยู่บ้าน เจ้าตัวกำลังนั่งอ่านหนังสืออย่างอารมณ์ดีอยู่ในห้องนั่งเล่น โดยไม่รู้ว่ามีชายแปลกหน้า

สองคนเดินเข้ามาด้านหลัง

'สุงิโซซัง'

เสียงที่ไม่คุ้นหูนั่นเรียกเจ้าของบ้านให้หันกลับไปมอง คิ้วเรียวมุ่นขึ้นอย่างประหลาดใจปนหงุดหงิดที่เห็นคนแปลกหน้าก้าวเข้ามาในบ้าน แถมยังใส่รองเท้าเข้ามาอีก!

'พวกคุณเป็นใคร เข้ามาได้ยังไง'

'เราได้รับคำสั่งให้มาพาตัวสุงิโซซังไปครับ'

ยังไม่ทันที่สุงิโซจะทำอะไร เขาก็โดนประชิดตัว แม้ว่าภายใต้ร่างสูงโปร่งนั่นจะมีพลังแขนเหลือเฟือยิ่งกว่าพิชเชอร์ แต่ก็ไม่สามารถต่อกรกับผู้ชายตัวใหญ่ถึงสองคนที่เชี่ยวชาญ

ทางด้านการต่อสู้เป็นพิเศษอยู่แล้ว

ความทรงจำสุดท้ายก่อนหมดสติมีเพียงผ้าเช็ดหน้าอันคุ้นตานั่นกำลังปิดที่จมูกของเขาอยู่

'เรียบร้อยแล้วใช่มั้ย' ฮีธที่เดินมาพร้อมกับกระเป๋าเดินทางใบย่อยเอ่ยถาม เมื่อเห็นสุงิโซสลบอยู่ในอ้อมแขนของการ์ดของโยชิกิ เขารู้สึกตากระตุกยิ่งเมื่อเห็นชัดว่าคนที่สลบอยู่นั้น

ใส่เพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวบาง ปลดกระดุมสองเม็ดบนและบ๊อกเซอร์

'ครับ'

'เดี๋ยวฉันจัดการเอง พวกนายถือนี่ไปด้วย'

วางกระเป๋านั่นลงกับพื้น แล้วก้าวเข้าไปอุ้มสุงิโซ



------------------------------------------------------------------------

วางแผนไว้ว่าจะเป็น 7 พาร์ท 7 วัน

เรื่องนี้ปั่นสดสุดๆ

เหลือ JUNE bride ที่ยังไม่จบสักที ฮ่า แปปๆๆๆ จะจบแล้วจริงๆ แต่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่

เพราะสอบทุกอาทิตย์เลย อาทิตย์ละ 3 วิชา อร่อกกกกกกกกกกกกกก
 
 

[SALE] ปิ๊ก อาโออิ - เรตะ (the GazettE)

posted on 22 Feb 2012 00:11 by be-tigger  in Sale  directory Asian
 
 
ปิ๊ก Aoi the GazettE ค่ะ
 
 
Signature model pick for 'Tokyo Dome'
 
มี 2 อัน ราคา 200 บาท นัดรับ(สยาม)/ไปรษณีย์(เพิ่ม 20 บาท) เซ็ตนี้แพง =A= ได้มาแพงเช่นกัน
 
 
 

Aoi the GazettE - signature model guitar pick 2011
มือหนึ่ง เหลือ 2 อัน ราคา 170 บาท นัดรับ(สยาม)/ไปรษณีย์(เพิ่ม 20 บาท)
 
 
 
Reita the GazttE - signatur bass pick 2009 'R is mine'
มือหนึ่ง 170 บาท นัดรับ(สยาม)/ไปรษีณีย์(เพิ่ม 20 บาท)
 
 

ติดต่อที่ a-summer-time@hotmail.com หรือ Facebook (ลองดูของอย่างอื่นได้ที่นี่) หรือ @GToniya << twitter
 
 
 

[Hey! Say! JUMP] เม่นหนุ่มมหาลัย

posted on 20 Feb 2012 00:27 by be-tigger  in News  directory Entertainment, Asian
 
(รูปประกอบไม่เกี่ยวกันนะ)
 
 
โอคาโมโตะ เคโตะ หนึ่งในสมาชิก Hey! Say! JUMP ได้เข้ามหาวิทยาลัยโซเฟีย (Sophia International University) หนึ่งในมหาวิทยาลัยนานาชาติที่ดีที่สุดของญี่ปุ่น รายงานโดน Nikkan Sports เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาก

- เหมือนกับว่าตอนแรกไม่ติด แล้วมาติดรอบนี้
- ยื่น TOEFL เข้า (เริดมากกกกกกกกกกกกก
- คณะ Liberal Arts (อักษร?)
- พ่อเม่น หมาเม่น นั่งลุ้นอยู่หน้าคอมฯ ด้วยกันแน่ะ ตอนจะประกาศผล
- เหมือนกับว่าจัมพ์เมมเบอร์ก็อยู่ด้วย
 
 
------------------------
 
ดีใจด้วยเม่น! เหมือนกับว่าปีที่แล้วมีข่าวว่าเม่นผ่านสอบข้อเขียน ม.โซเฟียไปแล้วนี่หว่า
แต่ก็ไม่เป็นไร หนุ่มมหาลัยคนที่ 3 ของจัมพ์!!
 
สู้ๆๆๆๆ
 
เก่งมากเม่น