Fiction

[First project] FoolS -1-

posted on 01 Apr 2009 21:32 by be-tigger  in Fiction

 

Title: Fools

Chapter: 1

Genre: Fan fiction

Rate: PG13 Pairing: T.O.P Tae Yang ?? GDYB??

Author: TiGGeR-L

Comment: แพริ่งเอาไว้ยั่ว นะฮร้า~ 55

 

 

      วันนี้สินะ เรื่องราวทั้งหมด เริ่มต้นจากวันนี้ เพียงแต่ มันเป็นปี 2008      

     

      'ผมชอบรุ่นพี่ฮะ คบกับผมได้ไหม      

 

      น้ำเสียงนุ่มที่ตัดกับเสียงของเขาอย่างสิ้นเชิงเอ่ยผ่านริมฝีปากบางออกมา เจ้าตัวไม่ได้แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมาสบตาเขา ใบหน้ารูปไข่นั่น ก้มลงมองพื้นด้านล่าง ทำให้เขาเห็นหน้าของเจ้าตัวไม่ชัดนัก แต่ว่า ครั้งแรกที่ร่างเล็กนี่เดินเข้ามา เขาก็พอจะมีเวลาพิจารณาใบหน้าเรียวนั่นได้ถี่ถ้วน

       ดวงตาเรียวเล็กนั่นดูซื่อๆ ซื่อจนน่าแกล้ง ริมฝีปากบางติดจะอิ่มเล็กน้อย เวลาจูบคงรู้สึกดีน่าดู แถมยังร่างเล็กที่ส่วนสูงกระทัดรัดสำหรับเขาอีก มันคงจะเต็มไม้เต็มมือไม่น้อยหากได้กอด     

 

      คนโดนสารภาพรักกระพริบถี่ๆ เพื่อเรียกสติคืนมา เขาไม่อยากเป็นคนไร้มารยาท แม้ว่าเรื่องแบบนี้มันจะมีอยู่ในหัวของผู้ชายทุกคนก็เถอะ       

 

      'ทำไมฉันจะต้องคบกับนายล่ะ' เขาถามด้วยน้ำเสียงเย็นชาตามแบบวิสัย   

 

      ร่างเล็กนิ่งเงียบไป ยังคงไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมา 'ผม ไม่ รู้' น้ำเสียงแผ่วเบาผ่านลอดออกมาจากกลีบปากน่าจูบนั่น ทำให้เขาเผลอเลียปากโดยไม่รู้ตัว   

 

     'ช่วยทำให้ฉัน อยากคบนายหน่อยได้ไหม' เขาก้มลงมาจนร่างเล็กสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ แล้วกระซิบเบาๆ ให้เพียงแค่ร่างเล็กได้ยินแค่คนเดียว แม้ว่าที่ที่เขากับคนตรงหน้าอยู่จะไม่มีใครอยู่แถวนี้เลยก็ตาม  

 

      ใบหน้าติดหวานที่เขาเห็นเพียงเสี้ยวหน้านั่น แดงเรื่อขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เห็นดังนั้นมุมปากเขาก็ถูกยกขึ้นอย่างพอใจ   

 

       เท้าไซส์ที่ค่อนข้างใหญ่พอสมควรก้าวถอยหลังไป เพื่อไม่ให้ร่างเล็กเขินไปมากกว่านี้ แค่ตอนนี้เขาก็มีความรู้สึกแปลกๆ ก่อขึ้นในจิตใจเสียแล้ว    

 

       'เฮ่อ...อ...อ...อ'

       เสียงถอนหายใจยาวอย่างรู้สึกเหนื่อย ในหัวของเขากำลังคิดไม่ตกอยู่     

 

      'เป็นอะไรไปฮึ' ร่างโปร่งบางที่นั่งอยู่ด้านข้างถามด้วยความเป็นห่วง แม้ว่าแก้มจะตุ่ย เพราะเคี้ยวพัฟไก่ตุ้ยๆ อยู่ก็เถอะ   

 

       'เปล่าสักหน่อย' ตอบพลางหลบสายตา  

 

       ...ผิดสังเกต...  ควอนจียงรู้สึกผิดสังเกตสุดๆ แม้ว่ายองเบจะเป็นคนขี้กังวลอยู่แล้ว แต่ว่าร่างเล็กนี่มักจะคอยเรียบๆ เคียงๆ ขอคำปรึกษา ความคิดเห็นเขาเสมอ ไม่เคยจะมานั่งถอนหายใจคนเดียวอย่างนี้  

 

         มือยาวของจียงเอื้อมจับที่ใบหน้ารูปไข่นั่น ให้หันมาสบตากับตัวเอง 'ยองเบ มีอะไรบอกมานะ เดี๋ยวนี้หัดปิดบังฉันแล้วหรือไง' จียงเอ่ยถามพลางก้มลงไปจูบที่กลีบปากบางนั่นเบาๆ 

 

        'ฉัน' ร่างเล็กนิ่งไปอย่างครุ่นคิด ว่าจะอธิบายให้คนตรงหน้าฟังยังไง เพราะถึงปิดบังไป ก็ไม่มีอะไรที่รอดพ้นสายตาของควอนจียงอยู่แล้ว ยังไงก็ไม่มีประโยชน์ที่จะไม่ให้คนตรงหน้ารู้ 'ฉัน ไป' ยิ่งพยายามอธิบายก็ยิ่งเหงื่อตกมากกว่าเดิม  

 

        จียงคว้าร่างเล็กเข้ามากอดไว้แน่น 'ถ้ายังหาคำพูดไม่ได้ล่ะก็ ยังไม่ต้องบอกก็ได้ ฉันรอนายได้เสมอ' สิ้นคำ จียงก็ดึงแก้มยองเบเบาๆ ในอดีตแก้มนุ่มๆ นี่ มันเคยเต็มมือเขามากกว่านี้นะ แต่ว่าตอนนี้ถึงจะไม่เต็มมือเท่าเมื่อก่อน แต่ก็น่ารักน่าหยิกอยู่ดี  

 

       'เรื่อง ที่เราพูดกันไว้เมื่อวานน่ะ' ยองเบบอกอย่างกระตุกระตัก ทำให้จียงตั้งใจฟังมากกว่าเดิม 'ฉัน เอ่อ... ไป ทำ มาแล้วนะ' พูดไปหน้าแดงไป  

 

        ดวงตาที่โตกว่ายองเบไม่เท่าไหร่เบิกตากว้างขึ้นอย่างแปลกใจ มือที่จับอยู่บนใบหน้ารูปไข่นั่นขยับเล็กน้อยเพื่อให้ร่างเล็กเงยหน้าสบตาตนเอง  

 

       จียงขยับเข้าไปใกล้จะระยะห่างของทั้งคู่ห่างกันไม่ถึงคืบ 'นายพูดจริงเหรอ' ถามย้ำเพื่อความแน่ใจ 

 

        'อะ อื้ม

 

       'โธ่ ยองเบ' จียงถอนหายใจออกมาเบาๆ 'แล้วคนอย่างหมอนั่น จะรับรักนายหรือเปล่าล่ะเนี่ย

 

        คำพูดของจียงทำเอาร่างเล็กนิ่งไป เพราะว่าก็ไม่ได้คิดอยู่แล้ว คนอย่างชเว ซึงฮยอนจะรับรักคนอย่างเขา แต่ว่า ที่บอกว่า ช่วยทำให้ฉันอยากคบนายหน่อยได้ไหม มันแปลว่าอะไรล่ะ

 

        ถึงแม้ว่าถ้อยคำของจียงอาจจะฟังดูทำร้ายจิตใจ แต่ว่าเขาไม่ได้มีเจตนาอย่างนั้นแม้แต่น้อย เนื่องจากยองเบเป็นเหมือนญาติของเขา และยังเป็นญาติคนเดียวอีกด้วย ทำให้เขาอดที่จะเป็นห่วงไม่ได้ อีกอย่าง คนอย่างชเว ซึงฮยอน คนที่คิดว่าตัวเองเป็นพระเจ้าแบบนั้น จะมาทำดีกับยองเบเหรอ 

 

        'ฉัน ไม่รู้' ร่างเล็กตอบอย่างแผ่วเบาตามประสาคนที่ไม่ค่อยมั่นใจ 

 

        'เอาอย่างนี้ เล่าให้ฉันฟังสิ ว่าหมอนั่นพูดอะไรกับนายบ้าง แล้วนายพูดอะไรกับหมดนั่นบ้าง'

 

         ร่างเล็กเล่าเรื่องทั้งหมดให้จียงฟังอย่างไม่ปิดบัง รวมถึงได้โอกาสถามเรื่องคำพูดของซึงฮยอนที่ค้างคาใจด้วย 'จียง ที่รุ่นพี่เขาบอกว่า ช่วยทำให้ฉันอยากคบนายหน่อยได้ไหม มันหมายความว่ายังไงเหรอ

 

          จียงขยับตัวมานั่งที่เดิม 'ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน เอาไว้ขอไปนอนคิดก่อนหนึ่งคืนได้ไหมยองเบ นายไม่รีบใช่หรือเปล่า 

 

           'อื้อ

 

 

 

           ร่างเล็กที่กำลังเดินอยู่ดีๆ จู่ๆ ก็โดนกระชากแขนให้หลบเข้าไปในซอกตึกที่ไม่ค่อยมีคนเดินผ่านสักเท่าไหร่นัก แถมยังโดนลากให้เดินไปทางด้านหลังโรงเรียนอีกตั้งหาก

 

           คนโดนลากนั้นก็ซื่อแสนซื่อ ไม่ได้คาดถึงภัยที่จะมาเยือนตัวเองเลยแม้แต่น้อย

 

          พลัก 

 

          ตุบ

 

          ยองเบโดนเหวี่ยงเข้ากับกำแพงแข็ง แม้ว่าเขาจะออกแรงไม่มาก แต่มันก็ทำให้ร่างเล็กนั่นเจ็บอยู่พอสมควร และคาดเดาได้ว่าอีกในไม่กี่นาทีข้างหน้า คงจะมีรอยช้ำเขียวๆ ให้ได้ทายาอีกเป็นแน่  

 

          'โอ๊ย'

 

           'เฮอะ คนอย่างนายมันต้องโดนอย่างนี้'

 

           คนโดนผลักติดกำแพงเงยหน้ามองเจ้าของเสียงอย่างงุนงง

 

           ดวงตาซื่อๆ นั่น ทำเขากัดริมฝีปากนั่นด้วยความหงุดหงิดที่เกิดขึ้นในจิตใจ แม้จะอยากเชื่อ แต่ว่าภาพที่เห็นมันทำเอาความอยากเขาลดน้อยลงไปน่ะสิ

 

          คนเจ็บตัวมองชเว ซึงฮยอนอย่างงุนงง 'รุ่นพี่เป็นอะไรฮะ' แม้ว่าจะโดนทำให้เจ็บ แต่ก็ยังมีความห่วงใยที่จะถามออกไป

 

          ทำให้เขาที่โดนถามถึงกับเลียริมฝีปากด้วยความเครียด อย่างไม่รู้จะทำยังไงดี

 

          'นายต้องการอะไรกันแน่ในที่สุดก็ยอมเปิดปากพูดหลังจากปล่อยให้บรรยากาศเงียบกริบไปพักหนึ่ง 'มาสารภาพรักกับฉัน แล้วไปจูบกับคนอื่น'

 

           ดวงตาเรียวเล็กนั่นยังคงมีแต่ความงุนงงจนเขาเริ่มหงุดหงิดหนักกว่าเก่า 'ผม' ชี้เข้าหาตัวเอง 'จูบกับใครเหรอฮะ'

 

           'เฮอะ' เขาขยับเข้าไปใกล้ยองเบมากขึ้นอีก ร่างเล็กที่นั่งฟุบลงอยู่เดิมเพราะความเจ็บทำพิษ ขยับไปไหนลำบากอยู่แล้ว ยิ่งลำบากเข้าไปใหญ่เมื่อ แขนทั้งสองข้างของชเว ซึงฮยอนเท้าไว้ที่กำแพงเพื่อกันยองเบหนี 'สนิทกันถึงขั้นจูบปากกันได้ นายจะปฏิเสธอีกหรือไงว่าไม่รู้จักน่ะ'

 

           ร่างเล็กที่โดนความเจ็บทำร้ายอยู่นั้นพยายามนึกว่าเขาเคยจูบกันใครบ้าง แต่นึกยังไงก็นึกไม่ออก จนกระทั่ง

           Arrr...r...r...r...r...r 

     

          โทรศัพท์เครื่องสีขาวสนิทสั่นขึ้น เมื่อมีคนโทร.เข้ามา ยองเบล้วงกระเป๋ากางเกงเพื่อหยิบมัน แต่ทำได้เพียงแค่เห็นว่าใครเป็นคนโทร.เข้ามาเท่านั้น กล่องขนาดพอดีมือสีขาวนั่น ก็ถูกซึงฮยอนคว้าเอาไว้แล้วเก็บใส่กระเป๋ากางเกงตัวเองหน้าตาเฉย 

 

      'รุ่นพี่คงหมายถึงจียง' ยองเบพูดเสียงเบาๆ เหมือนอย่างเคย 'ผมกับจียงเป็นเพื่อนสนิทกันฮะ'

 

       คำอธิบายของร่างเล็กนี่ ทำให้เขาเผลอส่งเสียง 'ฮึ' ในลำคอเบาๆ อย่างดูถูก 'เพื่อนสนิท ถ้าอย่างนั้นนายมีเพื่อนสนิทกี่คน ก็คงจูบเขาไปทั่วเลยล่ะสิ'

 

       เขากำลังประชดเพราะหวงแหน อีกความรู้สึกหนึ่งที่เขาโกหกตัวเองไม่ได้ก็คงเป็นเพราะ กลีบปากสีเชอร์รี่นั่น ตั้งแต่เขาเห็นครั้งแรกมันก็วนอยู่ในหัวเขาตลอด จนกระทั่งเห็นริมฝีปากนุ่มๆ ทั้งๆ ที่เขายังไม่ได้สัมผัส โดนไอ้เด็กเวรที่ไหนก็ไม่รู้จูบ

 

       'ผมมีเพื่อนสนิทแค่จียงคนเดียวแหละครับ' คลี่ยิ้มน้อยๆ จนคนมองเริ่มรู้สึกผิด 'เราเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็กแล้ว เพราะพ่อผมไม่ว่าง ผมเลยต้องไปอยู่กับจียงบ่อยๆ' ยังคงอธิบายต่อไป ดวงตาเรียวเล็กและน้ำเสียงนั่น ทำไมคนอย่างชเว ซึงฮยอนที่แสนจะเย็นชาถึงจับได้แต่ความรู้สึกเศร้าๆ นะ

 

       นิ้วเรียวยาวเชยคางมนขึ้นมา แล้วก้มหน้าลงไปเบียดกลีบปากนุ่มที่อยู่ห่างออกไปไม่ถึงคืบดี แม้จะเป็นครั้งแรกที่เขาได้ชิมริมฝีปากหวานนี่ มันก็ทำให้เขาติดใจเสียแล้วสิ

 

       'ฉันจะคบกับนาย' ชเว ซึงฮยอนบอกน้ำเสียงแหบพร่า เขาต้องการมากกว่านี้ แต่ไม่ใช่ตอนนี้ เวลาของเขายังมีอีกเยอะ และเขาจะทำให้ยองเบกลายเป็นของเขาเพียงคนเดียวเสียก่อน จะไม่มีจูบของควอนจียงที่สัมผัสยองเบอีกแล้ว

 

 

 

         "จียง จู่ๆ พี่ซึงฮยอนเขาก็มาถาม" ยองเบเริ่มพูด เล็บเล็กๆ นั่นเริ่มถูกกัดเพราะความประหม่าของเจ้าตัว "ทำไมฉันถึงไปสารภาพรักกับพี่เขา จะตอบว่ายังไงดีล่ะ"

 

       ควอน จียง ตบหน้าผากตัวเองเบาๆ อย่างกลุ้มใจ ยองเบนะยองเบ ทำไมไม่หัดโกหกเขาไปเสียบ้างล่ะ แล้วนี่หอบคำปรึกษามาหาเขาอย่างนี้ ชเว ซึงฮยอนจะไม่สงสัยเลยหรือไงนะ

 

       มือยาวของจียงจับไหลร่างเล็กเอาไว้ เป็นเชิงบังคับให้เงยหน้าขึ้นมาสบตาด้วย ซึ่งยองเบก็ยองเงยหน้าขึ้นมา แต่เมื่อเห็นสายตาดุๆ ปนจริงจังของจียงก็ก้มลงไปอีกรอบ

 

       "โธ่ ยองเบ แล้วนายแก้ตัวไปว่ายังไงตอนที่หมอนั่นถาม"

 

       "ฉันก็ ไม่ได้พูดอะไร แต่วิ่งออกมาเลย"

 

       "แล้วอย่างนี้เจ้านั่นจะไม่โกรธเอาหรือไง นายวิ่งออกมาอย่างนี้น่ะ" จียงพูดพลางตบหน้าผากตัวเองไปสองที 

       ร่างเล็กเอาแต่ส่ายหน้า "จียง ถ้าเกิดว่าพี่ซึงฮยอนเขารู้ความจริง เขาจะโกรธฉันไหม"

 

       "แค่เจ้านั่นไม่รู้ก็พอใช่ไหมล่ะ" จียงพูดเรียบๆ รู้ยังไงยองเบก็ต้องขัด "โกหกไปก็สิ้นเรื่อง"

 

       เป็นอย่างที่เขาคิด ยองเบเอื้อมมือมาจับชายเสื้อเขาเอาไว้แล้วส่ายหน้าช้าๆ "ไม่ได้หรอก"

 

       ควอน จียงถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ "ยองเบ ถ้าเจ้านั่นรู้ล่ะก็ ความสัมพันธ์ที่ผ่านมาเกือบหนึ่งปีของนาย คงจะไม่เหลืออะไรแน่ๆ ถ้าแค่เจ้านั่นรู้ว่านายไปสารภาพรักกับมันก็เพราะฉัน เพราะพนันกับฉันไว้"

 

       คนที่เดินตามร่างเล็กมาด้วยความสงสัยกำหมัดแน่น ดวงตาเรียวดุจเหยี่ยวที่กำลังล่าเหยื่อวาวโรจน์ขึ้นอย่างโกรธเกรี้ยว

 

         คนอย่างชเว ซึงฮยอน ไม่เคยมีใครหยามหน้า แต่ร่างเล็กนั่น กำลังทำ และทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองเป็นคนโง่ งี่เง่า ที่ลุ่มหลงไปกับร่างเล็กนั่น

 

       "เหอะ ดงยองเบ นายจะต้องชดใช้ ที่ทำให้ฉันเป็นเหมือนไอ้โง่"

 

       กำปั้นถูกส่งออกไปที่กำแพงอย่างไม่ต้องสงสัย เขาไม่ได้อยู่ฟังบทสนทนาของจียงและยองเบจนจบ แค่นี้เขาก็โง่พอแล้ว ถ้าเกิดฟังไปมากกว่านี้ เรื่องโง่ๆ ของเขาคงมีอีกเยอะอย่างไม่ต้องสงสัย

 

       "จียง จะทำยังไงดีล่ะ"

 

       น้ำเสียงที่ถูกเอ่ยขึ้นด้วยความกังวลใจ ช่วยไม่ได้เลยที่จะทำให้จียงกังวลไปด้วย ตั้งแต่เล็กจนโต ก็มีกันอยู่แค่สองคน แล้วตอนนี้ ก็เหลือกันแค่สองคนจริงๆ เนื่องจากทั้งพ่อและแม่ของทั้งคู่ต่างก็จากไปด้วยอุบัติเหตุ โชคดีของจียงที่รอดมาได้ โชคดีของยองเบที่วันนั้นป่วยจึงไม่สามารถเดินทางได้ ไม่อย่างนั้น ถึงเขารอดมาได้ก็ไม่มีประโยชน์หรอก

 

       "นายก็บอกความจริงหมอนั่นไปสิ" จียงบอก "แต่ว่า อย่าลืมบอกหมอนั่นไปด้วยล่ะ ว่าก่อนที่นายจะสารภาพรักน่ะ นายแอบชอบหมอนั่นมาตั้งสามปี"

 

       ประโยคที่หลุดออกจากปากควอน จียง ความจริงซึงฮยอนน่าจะได้ยิน ถ้าเขาอยู่นานกว่านี้หน่อย

 

        ชเว ซึงฮยอนไม่เคยปล่อยให้ใครก้าวเข้ามาในโลกส่วนตัวของเขามากขนาดนี้ แต่ร่างเล็กที่กำลงนั่งตาแป๋วเล่นกับกระต่ายของเขาอยู่นั้นกลับล่วงเลยเข้ามาในพื้นที่ของเขา ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

 

        'พี่ซึงฮยอนมีอะไรเหรอฮะ'

 

         'หืม เปล่าหรอก' ปฏิเสธ แต่สายตายังคงจดจ้องที่ยองเบอยู่

 

        ยองเบละสายตาจากคนตัวสูงกว่ามาที่กระต่ายตัวน้อยขนสีขาว มีหลายคนบอกว่าซึงฮยอนเป็นคนดิบเถื่อน เขาไม่ชอบให้ใครขัดใจ อะไรที่ไม่ได้ดั่งใจเขามักจะหงุดหงิดและอารมณ์เสีย เมื่อถึงเวลานั้นเมื่อไหร่ ไม่มีใครที่จะกล้าเข้าไปหาเขา

 

       แต่ยองเบกลับคิดอีกอย่าง ชเว ซึงฮยอนที่ร่างเล็กนี่รู้จัก ตั้งครั้งแรกที่เจอ ยองเบคิดเสมอว่าซึงฮยอนเป็นคนดีที่น่านับถือและถึงตอนนี้ ก็ยังคิดอย่างนั้นอยู่

 

       'พี่ซึงฮยอน ทำไมไม่เอาเจ้านี่ไปโรงเรียนด้วยล่ะฮะ อยู่คนเดียวมันเหงาแย่'

 

       'หืม' เขาเลิกคิ้วขึ้นหนึ่งข้าง ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงจะสงสัยว่าดง ยองเบ ไม่รู้จักชเว ซึงฮยอนคนนี้จริงๆ หรือ ถึงได้ถามอย่างนี้ แต่นี่คบกันมาได้จะครึ่งปีอยู่แล้ว 'ยองเบ คิดไหมว่าถ้าพี่ถือตะกร้ากระต่ายไปโรงเรียน จะเป็นยังไง' เขาถามพลางก้าวเข้าไปนั่งข้างๆ ร่างเล็กนั่น

 

       ยองเบยังคงมองเขาตาแป๋วเหมือนอย่างเคย พร้อมกับส่ายหัวเบาๆ 'ยังไงเหรอฮะ'

 

       ชเว ซึงฮยอนยิ้มบางๆ ใช่ เขากำลังยิ้ม ไม่ใช่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ หรือยิ้มหว่านเสน่ห์เหมือนเมื่อก่อน 'ทุกคนต้องมองพี่ด้วยสายตาประหลาดแน่ๆ คนอย่างชเว ซึงฮยอนตือตะกร้ากระต่ายไปโรงเรียน'

 

       'ทำไมล่ะฮะ ถ้าพี่ซึงฮยอนไม่เอาเจ้าตัวเล็กนี่ไปด้วย มันก็น่าสงสารแย่ ต้องอยู่คนเดียว'

 

       'ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่จะพามันไปด้วย'

 

         เขาถือตะกร้าที่ด้านในมีกระต่ายตัวน้อยอายุไม่กี่เดือนอยู่ด้านใน ไปโรงเรียนด้วยจริงๆ แม้ว่าจะไม่มีใครกล้ามองมาที่เขาตรงๆ แต่เขาก็รับรู้ได้ด้วยสัญชาตญาณว่ากำลังมีคนมองเขาอยู่ มันไม่ใช่เพียงสายตาคู่เดียว และถ้าหากหูเขาได้ยินไม่ผิดล่ะก็

 

       'คนอย่างชเว ซึงฮยอนเนี่ยนะเลี้ยงกระต่าย เจ้ากระต่ายนั่นไม่ตกใจตายก็บุญแค่ไหนแล้ว'

 

       'ให้ตายสิ ถ้าไม่เป็นเพราะยองเบ เขาไม่พาไอ้กระต่ายโง่นี่มาหรอก' สบถกับตัวเองเบาๆ เขาไม่ใช่คนรักสัตว์ ถ้าไม่เพราะของขวัญวันเกิดจากร่างเล็กนั่นเป็นกระต่ายตัวนี้ล่ะก็ มันคงถูกทิ้งขว้างอยู่ที่ไหนสักแห่งแล้วล่ะ อีกอย่างเขาไม่ได้อายที่จะต้องพากระต่ายมาโรงเรียน แต่รำคาญเสียงซุบซิบที่คนพูดคิดว่าเขาไม่ได้ยินมากกว่า         สถานที่ที่ไม่คุ้น ใช่ว่าจะไม่เคยมา แต่พยายามเลี่ยงไม่มาเสียมากกว่า กลิ่นบุหรี่ฉุนจนขึ้นจมูก ทำเอาคนที่ก้าวเข้ามาต้องยกมือปิดจมูกไว้ เสียงที่ไม่ดังมากนัก ทำให้ทุกคนหันมามองเมื่อมีผู้มาเยือนใหม่ แต่คงต้องยกเว้นใครบางคนที่กำลังนั่งตีหน้าเฉยชาไว้เหมือน เมื่อก่อน

 

       "ชเว ซึงฮยอน มีคนมาหาแน่ะ" บอก พลางบุ้ยใบ้ไปทางร่างเล็กที่กำลังกวาดตามองไปรอบๆ เพื่อหาเขา       มุมปากถูกยกขึ้น มันเป็นรอยยิ้มที่มีเสน่ห์สำหรับบางคน แต่ไม่ให้กับดง ยองเบที่กำลังเดินเข้ามาหาและชเว ซึงฮยอนเจ้าของรอยยิ้ม ก็เขาเป็นเจ้ารอยยิ้ม จึงรู้ว่านั่น มันก็เป็นแค่รอยยิ้มสมเพชตัวเองเท่านั้น

 

       มือหนาที่กำลังลูบไล้ส่วนเอวที่เปิดเผยของร่างบางอวบอิ่มที่นั่งอยู่ด้านข้าง ดวงตาที่เมื่อก่อนไม่เคยปรากฎอารมณ์อะไรทั้งสิ้นกลับมาอีกครั้ง

 

       ยองเบกำมือแน่น แต่ก็ยังข่มใจเดินเข้าไปหาซึงฮยอนที่มองเขาด้วยแววตาท้าทาย

 

       "พี่ซึงฮยอนคือว่า..." ก้มหน้าลง อย่างไม่อยากมอง "ผมขอคุยอะไรด้วยได้ไหมฮะ"

 

       "พูดมาสิ"

 

       ยองเบเงยหน้าขึ้น มองเขาด้วยความประหลาดใจอย่างปิดไม่มิด แต่พอเหลือบไปเห็นร่างบางที่อยู่ในอ้อมแขนของซึงฮยอน ร่างเล็กชาวาบไปทั้งตัว "ไว้ผมค่อยมาคุยทีหลังดีกว่า" พูดออกมาเร็วๆ แล้ววิ่งออกไปจากตรงนั้น

      

        ทุกคนในคลับนั่น ต่างก็ให้ความสนใจกับยองเบ ไม่ใช่เพียงเพราะยองเบเป็นคนของซึงฮยอน เพราะใบหน้ารูปไข่นั่น กับรอยยิ้มซื่อๆ ต่างก็ชวนให้ดึงดูดเข้าหาอย่างบอกไม่ถูก ถ้าชเว ซึงฮยอนไม่ต้องการร่างเล็กนั่นแล้วล่ะก็ มีคนพร้อมที่จะสานต่อได้ทุกเมื่อ

 

       หมับ

 

       ยองเบหันกลับไปมองเจ้าของมือที่คว้าต้นแขนตนเองเอาไว้อย่างตกใจ "ลี ซึงฮยอน"

 

       "นายเลิกกับพี่ซึงฮยอนแล้วเหรอ" คนถามไม่รู้ว่าคำถามของตัวเองกรีดลึกลงไปที่ก้อนเนื้อในอกของคนตรงหน้า "พี่ซึงฮยอนไม่เคยเป็นอย่างนี้มาเกือบปีแล้ว ตั้งแต่คบกับนายนั่นแหละ”

 

      เมื่อเห็นใบหน้าที่สลดลงไปของยองเบ ซึงฮยอนก็ปล่อยมือออกจากท่อนแขนนั่น ให้ตายสิ นี่พี่เขาไปหลอกเด็กมาหรือเปล่าเนี่ย

 

       “อย่าคิดมากเลย ฉันก็แค่ถามไปอย่างนั้นเอง” ลี ซึงฮยอนปลอบใจ “อีกอย่างพี่ซึงฮยอนเขาอารมณ์แปรปวนอยู่แล้ว คงไปหงุดหงิดพวกไม่ได้เรื่องมากกว่า”

 

       “ซึงรี” ซึงรีหรือ ลี ซึงฮยอน ที่กำลังจะก้าวไปชะงักเมื่อได้ยินเสียงหวานเอ่ยออกมา “พี่ซึงฮยอน เขาคงโกรธฉันจริงๆ แหละ” คลี่ยิ้มบางๆ จนคนฟังอดที่จะรู้สึกนับถือไม่ได้ ถ้าเป็นปกติยองเบคงร้องไห้ไปแล้ว แต่นี่ยังยิ้มออกมาได้อีก ถึงแม้ว่ารอยยิ้มนั่นจะดูเหนื่อยๆ ก็ตาม “ขอโทษนะ ที่ทำให้ทุกคนเดือดร้อน” ร่างเล็กบอก แล้วหันหลังเดินจากไป

 

       ถึงแม้ว่าจะความรู้สึกช้าขนาดไหน แต่ยองเบก็ยังรู้สึกได้ว่ามีคนเดินตามตัวเองมา ร่างเล็กรีบสาวเท้าให้เร็วขึ้นด้วยความตื่นตะหนัก พลางควานหาโทรศัพท์ให้กระเป๋าไปด้วยโดยพยายามไม่ให้คนที่เดินตามมารู้ตัวเป็นที่สุดว่าเขากำลังอะไรอยู่

 

        ตุบ 

 

        ร่างเล็กที่จ้ำอ้าวอยู่เมื่อครูล้มลงไปก้นกระแทกกับพื้นเข้าเต็มๆ

 

        “เด็กเก่าซึงฮยอน” น้ำเสียงที่ถูกถามด้วยเสียงสูงเหมือนกับว่าประโยคนั้นเป็นคำถาม แต่ไม่ต้องการคำตอบ ถูกเอื้อนเอ่ยจากชายหนุ่มที่ยองเบไม่รู้จักและไม่คุ้นหน้า “น่ารักดีนี่” พูดอย่างถูกใจ “แต่ว่าเป็นของเหลือเสียแล้ว จะเอาดีไหมนะ”

 

        คำพูดที่โดนดูถูกนั่นทำเอายองเบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธปนอาย ตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยเจอคนหยาบคายแบบนี้มาก่อน ร่างเล็กที่กองอยู่กับพื้นปัดมือหนาที่จับคางตนเองอยู่ออกไปห่างๆ หารู้ไม่ว่าการกระทำเช่นนั้น มีแต่จะยั่วยุให้โดนโมโห

 

         “ให้ตายสิ ดื้อจริงๆ เลยนะ ทั้งๆ ที่ก็เป็นแค่อดีตลูกแมวน้อยของชเว ซึงฮยอนแท้ๆ”   

- - - -  - - -  -

 

อ๊ากกกกกกก โปรเจคเร่งด่วน

 

 

 

[Fan fiction: BIG BANG] Because of you -6-

posted on 14 Mar 2009 21:18 by be-tigger  in Fiction

Because of you

Chapter: 6

Genre: Fan fiction

Pairing: T.O.PTaeYang

Author: TiGGeR-L

 

 

     บุคคลที่เคยสดใสอยู่เสมออย่างควอน จียง กลับนั่งทำหน้าเศร้าถอนหายใจเฮือกๆ ราวกับคนที่กำลังรอวันตาย ซึ่งมันก็ไม่ได้ต่างจากชเว ซึงฮยอนสักเท่าไหร่ เพียงแต่สภาพของจียงดีกว่าเท่านั้น

     ร่างสูงที่ปกติดูแลใครไม่เป็น ยิ่งตัวเองยิ่งดูแลไม่เป็นเข้าไปใหญ่ นั่งพิงขอบเตียงขนาดคิงไซส์

     แววตาที่เคยเฉยชา กลับเปลี่ยนเป็นความเศร้าหมองแทน หากมีคนมาเห็น ก็อาจจะชอบให้ชเว ซึงฮยอนมีความรู้สึกอย่างนี้ มากกว่าชเว ซึงฮยอนคนเก่าก็ได้

     ประตูห้องที่เขาได้แตะเลยตลอดสามสี่วันที่ผ่านมา กลับถูกร่างสูงโปร่งของควอน จียงเปิดเข้ามา 

     แม้ว่าจะไม่ถึงขั้นเป็นเพื่อนสนิท แต่สำหรับควอน จียงแล้วชเว ซึงฮยอนก็ยังเป็นเพื่อน

     แม้ว่าหัวใจของเขาจะโดนทรยศ ทำร้าย โดยคนตรงหน้าก็ตาม แต่ยังไง มันก็ยังเป็นเพื่อนของเขา

     "ฉันได้ข่าวว่านายไปไม่โรงเรียน" จียงที่ทรุดตัวนั่งลงด้านข้างเอ่ยพูด เมื่อเห็นสภาพชเว ซึงฮยอนตอนนี้ มันน่าสมเพชเสียไม่มี

     เจ้าของห้องไม่ตอบ ทำเพียงเบือนหน้าหนีไปอีกทางหนึ่งเท่านั้น

     คนที่ไม่ได้รับคำตอบถอนหายใจเฮือกใหญ่ อย่างตั้งใจให้ซึงฮยอนได้ยินด้วย เขาพอจะเข้าใจความรู้สึกของหมอนี่ เพราะเขาก็เป็นคนที่หัวใจบอบช้ำเหมือนกัน เพียงแต่คนอย่างเขา สถานะของเขากับยองเบ คงช่วยทำให้เขาทำใจได้เร็วขึ้น หรืออาจจะนานกว่าซึงฮยอน แต่ที่แน่ๆ เขายังไม่ได้ถลำลึกลงไปแบบมันเป็นแน่

     ถ้านายไม่มีอะไรจะถาม ฉันไปก่อนนะ

     ร่างสูงเม้มปากแน่นอย่างพยายามข่มความรู้สึกในอก

     "เดี๋ยว" ในที่สุดก็ยอมเอ่ยปาก "ยองเบ" น้ำเสียงเขาฟังดูสั่นๆ เพียงแค่เอ่ยชื่อ "เป็นยังไงบ้าง ไม่มีคนรังแกใช่ไหม"

     จียงพยักหน้าแทนคำตอบ แล้วจากไป

 

 

     คนที่ชอบโดเรม่อนชนิดที่ว่าหากขาดมันไปแล้ว จะมีชีวิตอยู่ต่อไม่ได้ นั่งดูดนมรสเกาลัดพลางสำรวจคนตรงหน้าอย่างถี่ถ้วน

     "ลี ซึงฮยอน" แดซองเรียก ทำให้เจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นมามองแวบเดียว แล้วก้มหน้าลงไปทำงานต่อ "ฉันเรียกนาย ไม่ได้ยินหรือไง"

     ลี ซึงฮยอน ยังคงก้มหน้าอยู่อย่างนั้นต่อไป ร่างเล็กเจ้าของขอบตาคล้ำๆ ที่เริ่มคล้ายหมีแพนด้าเข้าไปทุกทีเริ่มหงุดหงิด เมื่อโดนคังแดซองจ้องมาเกือบจะยี่สิบนาทีแล้ว

     "นายมีอะไร" ในที่สุดซึงฮยอนก็ยอมพูด

     แดซองยิ้มให้จนตาหยี อาการนี้สำหรับบางคนอาจจะเรียกได้ว่าดูน่ารัก จริงใจ แต่มันไม่ใช่สำหรับลี ซึงฮยอนคนนี้เลยแม้แต่น้อย

     ก็คังแดซองน่ะ ลูกตามีเท่านี้ตั้งแต่เกิดแล้วนี่!

     "ฉันถามจริงๆ นะ นายเอารูปพวกนั้นไปทำอะไร"  

     คนโดนถามชักสีหน้า "ไม่ใช่เรื่องของนาย" สิ้นคำ ร่างบางที่เกือบจะอ้อนแอ้นก็เก็บของของตนเองบนโต๊ะ ใส่เป้สีดำสนิท

     "เดี๋ยวสิ" แดซองคว้าแขนเอาไว้ "นายไม่เคยมีเพื่อนสนิทเหรอ"

     "ไม่!" ผลักแดซองออกไปห่างๆ แล้วรีบวิ่งไปจากตรงนั้น

 

 

 

     "ยองเบ" น้ำเสียงนุ่มที่เอ่ยชื่อร่างเล็กนั่น จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากควอนจียง

     ยองเบเงยหน้าขึ้นสบตาผู้มาเยือนใหม่ แล้วเบือนหน้าหนี อย่างไม่รู้จะแสดงความรู้สึกยังไงกับคนตรงหน้าดี

     เมื่อก่อน ควอน จียง เป็นผู้ชายที่เขาไม่ควรจะอยู่ใกล้ ไม่ควรจะยุ่งด้วย แต่ตอนนี้ความรู้สึกของจียงที่เขารับรู้มา มันเป็นอีกแบบ ทำให้เขา ไม่มั่นใจ

     ไม่มั่นใจว่าจะพูดยังไงกับควอน จียงดี เพราะความรู้สึกของเขาที่มีต่อร่างบางสูงโปร่งนี่ ก็เหมือนเพื่อน เพื่อนที่เขาไม่สมควรเข้าใกล้

     "ขอนั่งด้วยคนได้ไหม" จียงถาม ครั้งนี้เขายืนรอจนกว่ายองเบจะอนุญาต

     "อืม"

     เจ้าของร่างสูงโปร่งคลี่ยิ้มน้อยๆ อย่างดีใจ แล้วทรุดตัวนั่งลงด้านข้างของยองเบ

     "ซึงฮยอน"

     "อย่าพูดถึงเขา" ยองเบสวนขึ้นทันควัน

     "ยองเบ ฉันรู้นะว่าตัวเองไม่ควรจะมาพูดกับนาย แต่ว่า มีฉันคนเดียวเท่านั้นที่เห็นสภาพของหมอนั่น แล้วก็พอจะเข้าใจความรู้สึกของมัน นายช่วยฟังฉันหน่อยได้ไหม" น้ำเสียงจียงมีแววเว้าวอน จนคนขี้ใจอ่อนเป็นทุนเดิมอยู่แล้วเผลอพยักหน้า

     "มันไม่สบายน่ะ ได้ข่าวว่าไม่มาโรงเรียนจะเป็นอาทิตย์อยู่แล้ว นายจะไม่ไปดูมันหน่อยเหรอ"

     "นายช่วยไปดูให้หน่อยได้ไหม" น้ำเสียงที่แสนจะแผ่วเบานั่น กลับดังก้องในโสตประสาท

     รอยยิ้มขื่นๆ ถูกคลี่ออกมา เท่านี้เขาก็รู้แล้ว ว่ายองเบเป็นห่วงเจ้านั่นขนาดไหน

     ...นายควรจะตัดใจได้ตั้งนานแล้วนะ ควอน จียง... คิดกับตัวเอง

     จียงส่ายหน้าช้าๆ "ไม่ได้หรอก นายน่ะต้องไปด้วยตัวเอง" พูดจบ จียงก็ส่งยิ้มบางๆ ให้ คำพูดของตัวเขาเองชั่งทำร้ายก้อนเนื้อที่เต้นอยู่ในอกได้ดีเหลือเกิน

     "จียง" ยองเบเรียกพลางคว้าแขนของเขาไว้ก่อนที่จะทันเดินจากไป "ความจริง ฉันไม่ได้โกรธนายหรอกนะ" หลุบตาต่ำ "เราเป็นเพื่อนกันได้ไหม" พูดอย่างไม่แน่ใจ

     ร่างโปร่งบางคลี่ยิ้มกว้าง เขาพอจะเข้าใจความรู้สึกของยองเบที่มีกับเขาเมื่อก่อน จียงนั่งยองๆ ลงแล้วจูบเบาๆ ที่แก้มของยองเบ "ฉันขอเป็นเพื่อนรักนายเลยได้หรือเปล่าล่ะ"

     เท่านั้นรอยยิ้มกว้างของยองเบก็ส่งมาให้คนตรงหน้า

 

 

 

     "ลี ซึงฮยอน นายจะไม่บอกฉันจริงๆ เหรอ" แดซองที่เดินตามร่างบางอยู่นานบ่นเป็นหมีกินผึ้ง

     ซึงฮยอนหันกลับมาเผชิญหน้ากับคนที่ชอบโดเรม่อนเป็นชีวิตจิตใจ ดวงตาที่ขอบตาคล้ำเหมือนหมีแห่งประเทศจีน มองร่างสูงที่ทำท่าเหมือนเด็กๆ ตาเขียวปัด

     แดซองยกมือขึ้นอย่างยอมแพ้ "ฉันไม่ตื้อนายก็ได้"

     ได้ยินดังนั้นซึงฮยอนจึงหันหลังกลับ แล้วก้าวเดินต่อไป คนไม่ตื้อก็เลยถือโอกาศเดินตามมาด้านข้าง

     "นายบอกว่าไม่เคยมีเพื่อนสนิทใช่ไหม เอาอย่างนี้ ฉันกับนายเราเป็นเพื่อนสนิทกันนะ" พูดเองเออเองหมด ก็คาดไว้แล้วนี่น่ะ คนที่เดินอยู่ด้านข้างเขา คงไม่ยอมตอบหรอก

      ลี ซึงฮยอนหยุดชะงักเมื่อได้ยินที่แดซองพูด "เพื่อนสนิทน่ะ มันเป็นได้ง่ายนักหรือไง" 

     น้ำเสียงที่ถูกเปล่งออกมาอย่างยากลำบากนั้น ฟังดูเศร้าๆ แดซองไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้เลย

     "การที่เราจะเข้ากับใครคนหนึ่งถึงขั้นเรียกว่าเพื่อนสนิทนั่น ฉันรู้ว่ามันไม่ง่าย แต่ถ้าเราไม่ลอง แล้วจะไปรู้ได้ยังไงล่ะ ว่าเราจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้หรือเปล่า"

     คำพูดของแดซองทำให้คนฟังพาลนึกไปถึงวันนั้น

     "ก็ได้ ฉันตกลง" ลี ซึงฮยอนพยักหน้ารับ

     มุมปากที่ยกสูงขึ้นเพื่อคลี่ยิ้มให้คนตรงหน้าอย่างดีใจ "แต่ว่า ฉันมียองเบกับจียงเป็นเพื่อนรักอีกสองคน นายคงไม่หวงฉันนะ"

     ถ้อยคำหลงตัวเองทำเอาซึงฮยอนทำหน้าเบื่อโลก "นายจะมีเพื่อนรัก เพื่อนสนิทกี่คนมันก็เรื่องของนาย"

     "ก็ดี ถ้าอย่างนั้นวันนี้ไปเลี้ยงฉลองความสัมพันธ์อันดีงามของเราเถอะ" พูดพลางถือวิสาสะกอดคอ 'ว่าที่' เพื่อนรัก คนใหม่ไว้ด้วย

 

    

 

     แดซองพาซึงริมายังที่บ้านของตนเอง เนื่องจากไม่วันช่วงนี้หรือตอนไหนๆ กระเป๋าสตางค์ของเขามันก็แฟบอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้วแหละ ในเมื่อค่าขนมอันแสนจะน้อยนิดนั่น หมดไปกับโดเรม่อนเสียเป็นส่วนใหญ่

     "แหะๆ" เจ้าของบ้านหัวเราะแห้งๆ เมื่อเห็นสายตาเย็นเยียบจากลี ซึงฮยอน "พอว่าฉัน" ไม่พูดต่อ ล้วงกระเป๋ากางเกงเพื่อหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมาโชว์ให้ซึงฮยอนดู

     ซึงฮยอนถอนหายใจแรงๆ แล้วโบกมือประมาณว่าไม่เป็นไร "ชั่งเถอะ หวังแค่ว่าอาหารวันนี้จะอร่อย ให้สมกับความสัมพันธ์อันงดงามของเราที่กำลังจะ 'เริ่มต้น'" ลี ซึงฮยอนกล่าวเสียงหวานเจี๊ยบ จนแดซองรู้สึกหนาวไปถึงกระดูกสันหลัง

     "แน่นอน" เจ้าตัวก็ยังรับคำด้วยรอยยิ้มเช่นเคย

     เนื่องจากเมื่อวานครอบครัวของแดซองไปพักผ่อนที่ต่างจังหวัดกันหมด จึงเหลือเพียงเขาคนเดียวและ ยองเบ ที่เป็นเพื่อบ้าน

     "ยองเบ ยองเบ ฉันรักนายนะ" แดซองพูดเสียงเบาใส่โทรศัพท์เครื่องสีดำสนิท ราวกับไม่ต้องการให้ใครอีกคนได้ยิน

     'หืม เป็นอะไรน่ะแดซอง'

     "นายอยู่ไหน ช่วยมาที่บ้านฉันตอนนี้เลยได้ไหม"

     น้ำเสียงที่ฟังดูใกล้จะร้องไห้ ทำให้ปลายสายขมวดคิ้วอย่างงุนงง

     'เป็นอะไรหรือเปล่า' ยองเบถามกลับอย่างเป็นห่วง

     "ตอนนี้ยังไม่เป็น แต่ถ้านายไม่รีบมาฉันคงจะไม่ได้พบนายอีกต่อไป รีบๆ มานะยองเบ" พูดจบแดซองก็ตัดสายทิ้ง เขารู้ว่าคนอย่างดงยองเบน่ะ จะต้องรีบมาแน่ๆ

     ...นายจะต้องรีบมาช่วยฉันนะ ฉันทำอาหารไม่เป็นเลยสักอย่าง... คิดอย่างเหม่อลอย

 

 

     ร่างเล็กที่วิ่งกระหืดกระหอบมา พร้อมๆ กับร่างโปร่งบางของคนที่แดซองคาดไม่ถึงว่าจะมาด้วย

     แดซองมองจียงที่วิ่งมาพร้อมยองเบ อ้าปากค้าง "นายมาด้วยเหรอ"

     คำทักทายของเพื่อนรักทำให้จียงอดหมั่นไส้ไม่ได้จึงเดินเข้ามาตบหัวแดซองที่ทำหน้างงๆ อยู่ไปหนึ่งที "นายก็เป็นเพื่อนฉันนะ ทำไมคิดว่าฉันไม่ห่วงนายขนาดนั้นเลยหรือไง" จียงตะโกนใส่

     "เบาๆ ก็ได้ ฉันไม่ได้ว่าอะไรนายสักหน่อย"

     "แดซองแล้วนายเป็นอะไรหรือเปล่า เมื่อกี้ตอนคุยกันยังพูดไม่ทันจบเลย" ยองเบถามด้วยความเป็นห่วง

     แดซองนิ่งอ้าปากค้าง "เอ่อ คือว่า...."

 

 

 

     "อะไรนะ!" จียงอุทานดังลั่น เมื่อรู้ว่าเรื่องคอขาดบาดตายของแดซองคืออะไร "ไอ้บ้าแดซอง ฉันจะเจี๋ยนแก" สิ้นคำก็กระโดดตะครุบแดซอง ทันที

     "จียง ใจเย็นเถอะ แดซองคงมีเหตุผล" ยองจับท่อนแขนแข็งแรงนั่นเอาไว้

     "เหตุผลอะไรล่ะ แค่เจ้าบ้าโดเรม่อนนี่ทำอาหารไม่เป็นแล้วเรียกนายกลับมาทำให้เนี่ยนะ โธ่เว้ย ทำคนอื่นเขาเป็นห่วงแทบตาย"

     "คังแดซอง" ทำเสียงเย็นเยียบที่ดังขึ้นจากทางด้านหลัง ทำเอาแดซองหัวหด เขาจะตายของจริงแล้วคราวนี้

     "ลี ซึงฮยอน ทำไมนายมาอยู่นี่" จียงถามด้วยความสงสัย

     "ถามเพื่อนนายดูสิ" พยักเพยิดไปทางแดซองที่ทำหน้าจะร้องไห้อยู่รอมร่อ

     "เล่ามาให้หมด ไอ้โดเรม่อน" จียงพูดเสียงแข็ง พลางกระชากคอเสื้อแดซองเอาไว้ในกำมือ

 

 

     "ขอโทษจริงๆ นะยองเบ" แดซองพูดคำนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก

     ร่างเล็กที่อยู่ในชุดผ้ากันเปื้อนสีฟ้าหันมายิ้มให้ "ไม่เป็นไรหรอก มีเพื่อนเยอะๆ ก็ดีแล้ว"

     ได้ยินอย่างนี้คัง แดซองก็รู้สึกโล่งใจ แต่จียงกับซึงฮยอน ไม่ได้ใจดีเหมือนยองเบเนี่ยน่ะสิ

     "อ๊ะ" อุทานอย่างเพิ่งนึกอะไรบางอย่างได้ "ยองเบ นายทำอาหารคนเดียวได้ไหม ฉันกลัวว่าสองคนนั้นจะคร่ากันตายเสียก่อน ถ้าอยู่ด้วยกันนานๆ"

     คิ้วทั้งสองมุ่นเข้าหากันอย่างงุนงงปนสงสัย "ทำไมล่ะ"

     "เดี๋ยวฉันไปเรียกจียงมาให้ นายถามเจ้านั่นเองก็แล้วกัน" แดซองวิ่งออกไปจากห้องครัวอย่างรวดเร็ว

 

 

     "หึหึ"

     "จียง เป็นอะไรน่ะ หัวเราะเสียน่ากลัวเลย" ยองเบที่ยืนอยู่ถาม

     "ไม่มีอะไรหรอก" หันไปตอบยองเบพร้อมกับยิ้มให้ "วันนี้แหละ ฉันจะต้องรู้ความจริงให้ได้ ลี ซึงฮยอน" พึมพำกับตัวเอง "ขอบคุณคนที่คิดค้นโซจูค้นมา ผมจะยอมเหล้าเจ้าซึงฮยอนนั่นให้ได้ โฮะๆๆ"

 

 

ตัดตอนได้ชั่วร้ายมาก

 

โฮะๆๆๆ

 

*โดนเตะ*

 

 

[Fan fiction: BIG BANG] Because of you -5-

posted on 08 Mar 2009 14:31 by be-tigger  in Fiction

Because of you

Chapter: 5

Type: Fan fiction

Pairing: T.O.P Tae Yang

Rate: PG (I think so)

Author: TiGGeR-L

 

     ประตูบานใหญ่ถูกเปิดออก เมื่อมีแขกผู้มาเยือนใหม่ สำหรับเจ้าของห้องแล้วจะเรียกว่าแขกก็คงไม่ถูกนัก เพราะร่างเล็กนี่มาบ่อยจนแทบจะเรียกได้ว่าที่นี่เป็นบ้านหลังที่สองได้แล้วล่ะ

     เมื่อเห็นรอยยิ้มของร่างเล็กนั่น ก้อนเนื้อในอกเขามันก็เต้นรัวจนผิดจังหวะไปหมด ทั้งๆ ที่นี่ไม่ใช้ครั้งแรกที่ยองเบยิ้มให้เขาแบบนี้

     ซึงฮยอนเบี่ยงตัวให้ร่างเล็กนั่นเดินเข้ามาในห้อง อย่างเคยชิน

     "หอบอะไรมาเยอะนัก" เขาถามเสียงเรียบอย่างเคย แม้อยากจะแสดงความรักให้ร่างเล็กนี่เห็นสักเท่าไหร่ แต่มันก็ไม่เคยออกมาให้ได้อย่างที่ใจเขาคิดสักที มีแต่เสียงแข็งๆ กับการกระทำแย่ๆ ให้ยองเบเห็น

     "ก็มาทำอาหารให้พี่ซึงฮยอนไงฮะ" ร่างเล็กตอบเสียงใส แต่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากถุงกระดาษที่ถือมาด้วย

     "อืม" เขาทำเพียงรับคำสั้นๆ พลางกอดอกมองการกระทำของร่างเล็กอย่างพอใจ

     เมื่อรู้สึกว่ามีสายตาหนึ่งจับจ้องอยู่ ยองเบจึงเงยหน้าขึ้นมาสบตาเจ้าของสายตานั่น "มีอะไรหรือเปล่าฮะ"

     "เปล่า จะทำอะไรก็เชิญ" สิ้นคำ เขาก็เบี่ยงตัวเดินไปยังโซฟาตัวใหญ่แทน

     ดวงตาเรียวที่ติดจะดุนั่น คอยเหลือบมองยองเบตลอดเวลา เขากำลังคิดอยู่ว่าเมื่อไหร่ร่างเล็กจะเข้าไปในห้องครัวสักที เขาจะได้เข้าไปช่วย และเขาก็คิดได้ไม่นาน เพราะยองเบ กำลังเดินเข้าไปในครัวน่ะสิ

     ระหว่างที่ร่างสูงกำลังก้าวยาวๆ ไปที่ห้องครัวนั้น กริ่งที่หน้าห้องก็ดังขึ้นเสียก่อน เขาจึงต้องไปเปิดประตูอย่างเสียไม่ได้ แม้จะหงุดหงิดขนาดไหนก็ตาม

     "มีอะไร" ร่างสูงเจ้าของห้องถามเสียงกระชากทันทีที่ประตูเปิดแล้วเสียงของเขาพอจะเล็ดลอดออกไปด้านนอกให้ผู้มาเยือนใหม่ได้ยิน

     "ต้องมีอะไรด้วยหรือไงถึงจะมาได้" น้ำเสียงเล็กอันเป็นเอกลักษณ์นั่น ทำให้เขาไม่ต้องเห็นหน้าก็จำได้ทันทีว่าเป็นใคร

     "ควอน จียง"

     เจ้าของชื่อทำเพียงยิ้มกว้าง แล้วก้าวเข้ามาให้ห้องของคนตรงหน้า แม้ว่าเขาจะไม่ได้หลีกทางให้ก็ตาม

     "นายมาทำไม" เขาถามอย่างหัวเสีย ในตอนนี้ซึงฮยอนลืมไปสนิทว่าในห้องครัวมีร่างเล็กกำลังทำอาหารอยู่ "กลับไป"

     "เห... ไล่กันอย่างนี้เลยเหรอ" ถาม แต่ว่าไม่ได้สนใจคำของเจ้าของบ้านเลยสักนิด ร่างบางที่สูงโปร่งกำลังเดินเข้าไปด้านในอย่างสบายๆ

     จียงก้าวตรงไปยังโซฟาตัวใหญ่ แล้วนั่งลง กระเป๋าเป้สีเหลืองที่เจ้าตัวสะพายมาด้วย ถูกวางปุลงตรงหน้าตัวเอง แล้วรูดซิปเปิดเป้ออกมา

     อัลบัมรูปสีน้ำตาลถูกยกขึ้นมาโชว์ให้ซึงฮยอนดู เขามองคนตรงหน้าด้วยสายตาไม่ไว้ใจ แต่จียงกลับคลี่ยิ้มระไม

     "ทำไม กลัวว่าในอัลบัมนี้จะมีอะไรหรือไง" เอ่ยอย่างรู้ทัน "ไม่ต้องกลัวหรอก ฉันแค่เห็นว่านายหายหน้าไปบ่อย กลัวว่าจะคิดถึงยองเบ ก็เลยเอาไอ้นี่มาให้ดูน่ะ" จียงเปิดอัลบัมรูปในมือ

     ด้านในเต็มไปด้วยรูปยองเบในอิริยาบถต่างๆ คงถูกถ่ายโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ 

     "ของสะสมฉันเลยนะ กะว่าจะเอามาให้นายดูน่ะ"

     ชเว ซึงฮยอนหรี่ตาอย่างครุ่นคิด "คงไม่ได้เอามาให้ดูอย่างเดียว" เขาบอก "จะเอามาอวดล่ะสิ เฮอะ"

     "สมกับเป็นชเว ซึงฮยอนจริงๆ รู้ด้วย ว่าจริงๆ แล้วฉันตั้งใจเอามาอวด"

     เจ้าของบ้านกอดอกนั่งลงแรงๆ พลางฉวยอัลบัมสีน้ำตาลนั่นมาดู ถึงเขาจะเหนือกว่าเจ้านี่ก็เถอะ แต่ก็แอบอยากรู้เหมือนกันว่า ในอัลบัมนี้จะมีรูปยองเบตอนทำอะไรบ้าง

     ระหว่างที่ซึงฮยอนกำลังดูรูปในอัลบัมอย่างสนใจนั้น เจ้าของอัลบัมรูปก็ชะโงกหน้าเข้ามาใกล้ จนเขารู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ เมื่อเงยหน้าขึ้นมา ก็พบกับดวงตาที่เกือบจะโตนั่น อยู่ห่างออกไปไม่ถึงคืบ

     "ฉันเหงาจัง ซึงฮยอน" จียงบอก น้ำเสียงนั่นฟังดูเศร้าจนเขานึกสงสาร "ทำไม นายถึงไม่เลิกรักยองเบสักทีนะ" สิ้นคำ กลีบปากนุ่มของจียงก็เคลื่อนเข้าไปประกบกับริมฝีปากบางของซึงฮยอน

     ซึงฮยอนไม่ได้ผละตัวออก ด้วยความรู้สึกผิด เขามันเป็นคนเห็นแก่ตัว

     ระหว่างที่จียงกำลังจูบเขา เขาก็จมอยู่ในห้วงความคิดของตัวเอง จนไม่ทันสังเกตว่า ร่างเล็กที่เขาลืมไปว่าอยู่ที่นี่ด้วย เดินออกมาจากห้องครัวแล้ว

     "พี่ซึงฮยอน"

     ยองเบเอ่ยอย่างไม่แน่ใจนัก แม้ว่าเสียงนั่นจะแผ่วเบา แต่เจ้าของชื่อ กลับได้ยินชัดเจน มือหนาของซึงฮยอนผลักจียงออกห่าง     

     "ยองเบ" จียงเรียกชื่อร่างเล็กหน้าซีดเผือด ด้วยความตกใจ

     "ขอโทษฮะ" ยองเบกลืนน้ำลายเหนียวหนืดนั่นลงคอ แล้วเอ่ยออกมา 

     ...ฉันตั้งหากที่ต้องเป็นฝ่ายขอโทษ... จียงคิด แต่ไม่ทันได้พูดออกไป ร่างเล็กนั่นก็วิ่งออกไปจากตรงนั้นเสียแล้ว

     โชคดียังเป็นของซึงฮยอน เขาก้าวยาวและเร็วพอที่จะคว้าเอวนั่นไว้ได้ มือหนารั้งร่างเล็กให้เข้าหาตัว จนเขารู้สึกแน่ใจว่าแล้วยองเบจะหนีไปไหนไม่ได้ 

     "พี่" เขาพูดไม่ออก

     "พี่ซึงฮยอนกลับไปหาจียงเถอะ เดี๋ยวเขาจะสงสัย" น้ำเสียงที่เจ้าตัวพยายามควบคุมให้ไม่สั่น ถูกเปล่งผ่านลำคอออกมาอย่างลำบาก

     "สงสัย? เรื่องอะไรกัน" จียงที่ตามออกมาเอ่ยถาม "นายผิดสัญญาอย่างนั้นเหรอ ชเว ซึงฮยอน!" น้ำเสียงของร่างบางมีแววเกรี้ยวกราดจนยองเบนึกกลัว

     "สัญญานั่น ไม่เคยอยู่ในหัวฉันอยู่แล้ว"

      จียงกระชากแขนยองเบให้ออกมาจากอ้อมแขนของเขา

     พลัก

     หมัดลุ่นๆ ถูกส่งไปที่ใบหน้าคมคายนั่นทันที "แก ถ้าอย่างนั้นจะทำสัญญานั่นมาเพื่ออะไรกัน"

     ดวงตาคมกริบตวัดมอง แล้วส่งเสียงในลำคออย่างนึกสมเพชตัวเอง "ถามอะไรแปลกๆ ก็กันนายออกจากยองเบยังไงกันล่ะ"

     "โธ่เว้ย!" 

     จียงทำท่าจะเข้ามาต่อยซึงฮยอนอีกรอบ แต่มือนิ่มที่จับแขนเขาไว้นั้น กลับบีบแขนเขาแรงขึ้นอีก ดวงตาที่เอ่อคลอไปด้วยน้ำใสๆ นั่นมองมาอย่างขอร้อง

     จียงค่อยๆ เกลี่ยน้ำตาที่กำลังจะไหลออกมาอย่างแผ่วเบา แล้วกอดยองเบแน่น เขาพึมพำแต่คำว่าขอโทษ

     "ขอโทษอะไรกันฮะ" ร่างเล็กถาม

     "นายรักเจ้านั่นไหม" จียงถามออกมาอย่างลำบาก เขาไม่อยากได้ยินคำตอบ คำตอบที่รู้ดีอยู่แล้วว่าจะเป็นยังไง

     "ผม รักพี่ซึงฮยอน" คำพูดแค่นั้น เปรียบเสมือนกับมีดที่กรีดลงบนก้อนเนื้อที่เต้นตุบๆ

     จียงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ "นายผิดสัญญาก่อน เพราะฉะนั้นต้องทำตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้"

     "ไม่มีวัน"

     "พี่ซึงฮยอน จียง นี่มันเรื่องอะไรกัน ผมงงไปหมดแล้ว"

     จียงยิ้มเยาะ "ฉันชอบนาย ยองเบ" เขาเอ่ย "ฉันชอบนายพร้อมๆ กับที่เจ้านี่เริ่มสนใจนาย มันเป็นหมาหวงก้างนายก็น่าจะรู้ดี" พูดพลางเหลือบไปมองหน้าซึงฮยอนเล็กน้อย "มันไม่แน่ใจว่านายจะรักมันหรือเปล่า ยิ่งมันมีฉันเป็นคู่แข่ง มันก็ยิ่งไม่แน่ใจ เลยมาตกลงทำสัญญากับฉัน ว่าจะเป็นแฟนกัน และถ้าหากมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยุ่งกับนายก่อน แล้วอีกฝ่ายรู้ คนที่ยุ่งกับนายก่อน จะต้องจากนายไป ห้ามเข้ามายุ่งเรื่องของนายอีก"

     ชเว ซึงฮยอนยืนมองปฏิกิริยาของร่างเล็ก เขากำมือแน่นอย่างกดดัน

     "ที่ฉันตกลงทำสัญญากับมัน ก็เพราะว่า ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ว่าจะทำให้นาย" ชะงักไป อย่างพูดไม่ออก "รัก ได้หรือเปล่า" จียงจับมือเล็กนั่นแน่นขึ้นอีก "ขอโทษนะ ทั้งฉันทั้งมัน ก็คนขี้ขลาด แต่อย่างน้อย ฉันก็ไม่หักหลังมัน เพราะมันคอยช่วยปกป้องนายได้ จากที่ไหนสักแห่ง เวลาที่ฉันไม่อยู่ แต่มันกลับหักหลังฉัน"

     ร่างเล็กแกะมือจียงออกอย่างสับสน แล้วตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาเป็นอะไรกันแน่ สำหรับชเว ซึงฮยอนคนนั้น

     "พวกพี่เล่นอะไรกัน" ถาม แต่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองใคร ด้วยประโยคคำถามนั่นจียงก็พอจะเดาได้ลางๆ แล้วว่ายองเบพูดกับใครเป็นพิเศษ

     "ยองเบ พี่" ก้าวเข้ามาหา แต่ร่างเล็กกลับถอยหลังหนี "ขอโทษ"

     "ผมไม่ใช่ของเล่นนะ ที่พี่จะมาตกลงทำสัญญากับใครก็ได้"

     "พี่ขอโทษ" เขาพูดคำอื่นไม่ออกเลยจริงๆ 

     "พี่ไม่ต้องขอโทษ อย่ามายุ่งกับผมอีกก็เป็นพอ"

     ซึงฮยอนก้าวจะวิ่งตามไป แต่กลับถูกมือหนึ่งฉุดแขนเขาเอาไว้เสียก่อน "เจ้าตัวเล็กนั่น คงเกลียดทั้งฉันแล้วก็นาย อย่าเพิ่งไปทำให้โมโหไปมากกว่านี้เลยดีกว่า" จียงบอกเหม่อๆ

     "แล้วเพราะนายไม่ใช่เหรอ ที่ทำให้ยองเบโกรธ!" เขาเริ่มอารมณ์เห็นแก่ตัว

     จียงเหลือบตามองเจ้าของบ้าน "มันเป็นเพราะเรา ชเว ซึงฮยอน ไม่ใช่แค่ฉัน แล้วก็นาย เฮอะ ฉันไม่น่าไปตกลงทำสัญญาบ้าๆ นั่นเลย"

     "มันก็เป็นความผิดฉันที่คิดทำสัญญานั่นกับนายเหมือนกันนั่นแหละ" ซึงฮยอนตะโกนใส่หน้า

     "สักวันยองเบก็ต้องรู้อยู่ดี" จียงพูดลอยๆ น้ำเสียงนั่นแผ่วเบาราวกับพูดกับตัวเอง  

     "รอให้นานกว่านี้แล้วค่อยรู้ไม่ได้หรือไงกัน" ซึงฮยอนพูดออกมาเบาๆ

     "จะช้าจะเร็วก็ต้องรู้ อีกอย่างเจ้าตัวเล็กนั่นรักนายเข้าให้แล้ว คงไม่โกรธนานหรอก"

     แม้ว่าจียงจะโกรธที่โดนหักหลัง แต่เขาก็ยังพอที่จะยอมรับความจริงได้ ว่ายังไงยองเบก็ไม่มีวันรักเขาได้อีกแล้ว สู้เขาเอาเวลาที่เหลือ ไปทำให้เจ้าตัวเล็กนั่นมีความสุขท่าจะดีกว่ามาเถียงกับซึงฮยอนอยู่อย่างนี้

     เมื่อคิดได้ดังนั้น ร่างบางสูงโปร่งก็เดินจากไป ทิ้งให้เจ้าของห้องจมอยู่กับความคิดของตัวเองคนเดียว

 

 

     "ยองเบ!" แดซองตะโกนลั่น เมื่อเห็นเพื่อนตัวเล็กกว่าไม่ได้ยินที่เขาเรียก

     "ไม่เห็นต้องตะโกนเลยนี่ เรียกดีๆ ก็ได้" ร่างเล็กบอกเสียงแผ่ว ซึ่งแปลกไปจากปกติมาก

     "อื้อ เงยหน้าขึ้นมาคุยด้วยกันหน่อยสิ" แดซองไม่พูดเปล่า จับที่คางของยองเบ ให้เงยหน้าขึ้นมาด้วย "เฮ้ย ร้องไห้ทำไมเนี่ย ดูสิ ตาช้ำหมดแล้ว" เขาค่อยๆ ใช้นิ้วที่ค่อนข้างสกปรกของตัวเองเช็ดน้ำตานั่น

     ยองเบผลักเพื่อนออกไป "นายทำฉันแสบตา" ร่างเล็กบอก

     "อ้าวเหรอ ขอโทษทีนะ พอดีว่าฉันลืมล้างมือน่ะ"

     เมื่อไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบจากร่างเล็ก แดซองจึงถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง "เรื่องรุ่นพี่ซึงฮยอนกับจียงเหรอ"

     สิ้นคำ ยองเบที่นั่งหน้าเศร้าอยู่ก็โผเข้ากอดแดซองทันที

     รอยชื้นของน้ำตาที่หน้าอก ทำให้เขาไม่กล้าพูดอะไรออกไปมาก ด้วยกลัวว่าจะทำให้ร่างเล็กนี่ร้องไห้หนักกว่าเดิม แดซองจึงทำเพียงแค่ลูบที่แผ่นหลังนั่นเบาๆ อย่างปลอบใจ     

 

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

 

ขอโทษนะฮะ สั้นไปหน่อย

อัพเลวมากอีกตั้งหาก

 

*หัวเราะอย่างชั่วร้าย*

 

เฉลยแล้ว เข้าใจมั้ย ไม่เข้าใจถามได้เน้อ

 

^^

 

*จ๊ ว บ*

 

 

[Fan fiction: BIG BANG] Because of you -4-

posted on 05 Mar 2009 20:43 by be-tigger  in Fiction

เปลี่ยนเฮด ไม่ขึ้นกด ctrl + F5 

 

Because of you

Chapter: 4

Fan fiction: BIG BANG

Author: TiGGeR-L

     เด็กหนุ่มผิวสีแทนที่รู้จักกันไปทั่วว่าซุ่มซ่ามและเอ๋อขนาดไหน วิ่งวนอยู่ในชั้นสามของตึกเรียน ร่างที่สูงเฉียดหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตรหรือมากกว่า หันซ้ายหันขวาดูห้องนู้นห้องนี้ไปทั่ว ในมือหนาถือกระดาษโพสอิทสีช็อคกิ้งพิงค์เอาไว้ เพื่อจดรายละเอียดบางอย่างที่เจ้าตัวคิดว่าตัวเองจำไม่ได้

     "สามหนึ่งสอง ห้องไหนกันนะ" แดซองพูดลอยๆ กับตัวเอง พลางชะโงกหน้าดูป้ายหมายเลขห้อง

     "อันนี้มันสามศูนย์หกนี่" พูดแล้วหันกลับไปมองห้องที่เดินผ่านมา "อ่า สามหนึ่งสองเราเดินผ่านมาแล้ว!" มือใหญ่ทุบหัวตัวเองสองครั้ง แล้วเดินกลับไปทางเดิม "อ๊ะ นี่มันห้องสามหนึ่งหนึ่ง แล้วก็สามหนึ่งสามนี่ สามหนึ่งสองไปอยู่ที่ไหนกันนะ"

     "แดซอง ทำอะไรน่ะ"

     "ควอน จียง" แดซองเอ่ยทวนชื่อเพื่อนร่วมห้องเรียน

     "ก็ฉันน่ะสิ เห็นเป็นใครไปล่ะ เจ้าโดเรม่อน" จียงพูดพลางลูบหัวแดซองเบาๆ อย่างมันเขี้ยว

     "เอ่อ นายมาก็ดีแล้ว รู้ไหมว่าห้องสามหนึ่งสองมันอยู่ที่ไหน ฉันเดินหาทั่วชั้นสามแล้วยังไม่เจอเลย" แดซองพูดหน้าง่ำ

     "นายนี่นะ" จียงพูดอย่างเหนื่อยใจ "ไม่รู้อะไรกับเขาเลยจริงๆ ใช่ไหมเนี่ย" กอดอกยืนมองแดซอง "ห้องสามหนึ่งสองน่ะ อยู่ตึกหลังที่ติดกับโรงจอดรถ รู้จักหรือเปล่า" จียงถาม แดซองส่ายหน้าเบาๆ แทนคำตอบ เขาจึงแสร้งถอนหายใจออกมา "ช่วยไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นฉันพาไปเองก็แล้วกัน"

 

 

     จียงพาแดซองมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องสามหนึ่งสอง ป้ายหมายเลขห้องนั่นเก่าจนน่ากลัวว่ามันจะตกลงไปใส่หัวผู้เคราะห์ร้ายได้ทุกเมื่อ แถมห้องๆ นี้ยังไม่เหมือนห้องอื่นๆ อีกด้วย ปกติแล้วห้องทุกห้องของโรงเรียนนี้จะต้องมีหน้าต่างบานใหญ่ที่สามารถมองทะลุเห็นภายในห้องได้ แต่ห้องสามหนึ่งสอง กลับไม่มี

     "ห้องนี้จริงๆ น่ะเหรอ" แดซองถามเสียงหวาดๆ พลางหันไปมองรอบๆ

     จียงพยักหน้า แล้วเอ่ยเพื่อยืนยันคำตอบ "ก็จริงน่ะสิ นายไม่เห็นป้ายหมายเลขห้องหรือไง มันจะทิ่มตาอยู่แล้วนะ"

     "ห้องนี้ก็ห้องนี้" แดซองพูดกับตัวเอง แล้วสูดลมหายใจเข้าลึกๆ จากนั้นก็เอื้อมมือจับแฮนเดอร์ แล้วกดมันลงเพื่อเปิดประตูเข้าไปด้านใน

     แต่ว่า มือของจียงเอื้อมมาดึงมือแดซองออกจากแฮนเดอร์เสียอย่างนั้น "นายจะบ้าหรือไง เปิดเข้าไปอย่างนั้นน่ะ ห้องนี้มันเป็นห้องของชมรมถ่ายภาพนะ ท่าจะเข้า ต้องไปเข้าอีกทาง"

     "อ้าว แล้วนายพาฉันมาตรงนี้ทำไมล่ะ"

     จียงยักไหล่อย่างช่วยไม่ได้ "ก็ฉันนึกว่านายทางป้ายห้อง เลยพามาที่นี่ยังไง" สิ้นคำร่างบางที่สูงน้อยกว่าแดซองนิดหน่อยก็เดินนำหน้าไปอีกทาง ทิ้งให้คนบ้าโดเรม่อนยืนเกาหัวอย่างงุนงง แล้ววิ่งตามไปทีหลัง

     "จียง" ระหว่างทางแดซองก็เอ่ยขึ้น "ฉันขอถามอะไรนายอย่างหนึ่งได้ไหม" น้ำเสียงที่ขี้เล่นนั่นดูจริงจังขึ้นจนผิดปกติ

     "หืม ได้สิ นายถามฉันตั้งหลายอย่างแล้วนี่"

     "นายเป็นอะไรกับรุ่นพี่ซึงฮยอนกันแน่"

     คำถามของแดซองทำเอาจียงชะงักไปครู่หนึ่ง ใช่ว่าคนถามจะไม่สังเกตเห็น เพราะสังเกตเห็นนั่นแหละ จริงไม่เซ้าซี้ถามให้มากความ

     ควอน จียงหันมายิ้มให้เพื่อนร่วมห้อง "ก็เป็นอย่างที่ทุกๆ คนเขารู้กันนั่นแหละ"

     "ที่ทุกๆ คนรู้กัน มันต่างจากที่ฉันรู้สึกนะ" แดซองเอ่ยเสียงเครียด "ทั้งนาย ทั้งยองเบ ก็เป็นเพื่อนฉันทั้งคู่ ฉันไม่อยากให้นายสองคนต้อง..."

     ยังพูดไม่ทันจบ จียงก็เอื้อมมือมาปิดปากคนที่กำลังพูดอยู่เสียก่อน "แดซอง เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับยองเบ นายอย่าลากยองเบเข้าเกี่ยวด้วย"

     "ไม่เกี่ยว ก็เหมือนเกี่ยวอยู่ดีนั่นแหละ" แดซองบอก แล้วเดินนำหน้าไป ทิ้งให้จียงจมอยู่กับความคิดของตัวเองคนเดียว

     "ก็เจ้านั่น อยากทำผิดสัญญาก่อนทำไมล่ะ" ร่างบางพึมพำออกมา แล้วนึกขึ้นได้ว่าแดซองเดินนำไปก่อนแล้วทั้งๆ ที่ไม่รู้ทาง จึงรีบวิ่งตามไป

 

     "ชมรมถ่ายภาพอย่างนั้นเหรอ" แดซองพึมพำกับตัวเอง แล้วก้าวไปเปิดประตู

     แสงสว่างจากภาพนอกส่องเข้ามาด้านใน ทำให้เขาที่นั่งเช็ดกล้องตัวโปรดอยู่ต้องหันไปมอง ก็ชมรมทั้งชมรมมีสมาชิกอยู่ไม่ถึงห้าคนนี่ แล้วตอนนี้มันก็เย็นเกินกว่าที่ทั้งสี่คนนั้นจะอยู่โรงเรียนแล้วด้วย

     "ลี ซึงฮยอน นายมาอยู่ที่นี่จริงๆ ด้วย"

     "คัง แดซอง"

     "ฉันมีเรื่องจะถามนายหน่อยน่ะ" แดซองบอกพลางหยิบเก้าอี้ที่อยู่ใกล้มือมา แล้วนั่งลง ดวงตาเรียวเล็กนั่นจับจ้องไปที่ลี ซึงฮยอน ผู้ชายที่ชื่อเหมือนรุ่นพี่คนนั้น

     "ออกไป ฉันไม่มีอะไรจะตอบนาย" พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

     "นายไม่คิดจะอธิบายพฤติกรรมสโตรเกอร์ของนายหน่อยหรือไง เที่ยวไล่ถ่ายภาพคนนู้นคนนี้เขาไปทั่วน่ะ"

     ยังไม่ทันที่ลี ซึงฮยอนจะตอบอะไร ประตูบานใหญ่ก็ถูกเปิดพรวดเข้ามา "แดซอง ฉันนึกว่านายหลงทางไปแล้วเสียอีก โชคดีนะ ที่หาห้องนี้เจอ" จียงพูด แล้วก้าวเข้ามาในห้อง

     "ลี ซึงฮยอน นายเองก็อยู่ชมรมถ่ายภาพด้วยเหรอ" จียงถาม แต่ฟังจากน้ำเสียงแล้วเขาดูไม่แปลกใจสักเท่าไหร่นัก

     "รู้จักกันด้วยเหรอ" แดซองถามงงๆ

     จียงคลี่ยิ้มบางๆ "ก็ นิดหน่อยน่ะ อย่างน้อยก็ในฐานะ" เว้นจังหวะนิดหนึ่งแล้วพูดต่อ "เพื่อนร่วมชั้น แต่ถ้าอย่างมากก็คงในฐานะ" ยิ้มเจ้าเล่ห์ "คนหวังดี"  

     แดซองขมวดคิ้วอย่างงุนงง "หวังดีอะไรกัน"

     จียงไม่ตอบ ถ้าเขาบอกไปว่าเกี่ยวกับยองเบ แดซองคงโมโหเป็นแน่

     "ไม่มีอะไรหรอก ฉันไปก่อนนะ"

     จียงเดินออกจากห้องนี้ไปแล้ว ทิ้งให้ลี ซึงฮยอนนั่งหน้าเครียด ก็คำพูดของคนที่เพิ่งเดินออกไปน่ะ ชวนให้เขาตายชัดๆ เลยนี่!

     "ลี ซึงฮยอน นายสนใจจะเข้าชมรมว่ายน้ำไหม" แดซองถาม แววตานั่นดูจริงจัง แต่ไม่จริงใจ

     "ไม่ ฉันอยู่ที่นี่มีความสุขดี"

     "อย่างนั้นเหรอ น่าเสียดายนะ รุ่นพี่ซึงฮยอนอุตส่าห์เอ่ยปากเองว่าให้มาชวนคนไปเยอะๆ แต่กลับไม่มีใครอยากไป" น้ำเสียงผิดหวังที่ฟังก็รู้ว่าแสร้งทำนั่น ทำให้ซึงฮยอนอยากจะเตะคนตรงหน้าให้ไปไกลๆ "ไม่เป็นไรหรอกถ้านายไม่อยาก ฉันจะลองไปชวนยองเบดู" 

     "เดี๋ยว"

     แดซองที่กำลังจะเดินจากไปหยุดชะงัก เขารู้ว่าตัวเองแสดงละครไม่เก่ง และแสดงได้น่าหมั่นไส้ แต่ถ้ารู้จุดอ่อนของคนที่เขาต้องการ เขาก็มีความสามารถพอที่จะทำให้คนๆ นั้นมาติดกับเขาเหมือนกัน

     "นายลืมของน่ะ"

     คำพูดของลี ซึงฮยอนทำเอาแดซองในความคิดของตัวเองหน้าแตกยับ มือหนาของแดซองเอื้อมมือไปรับรูปถ่ายขนาดสี่คูณหกนิ้ว 

     ผู้ชายในภาพที่กำลังยิ้มอย่างมีความสุข คนที่ตัวสูงกว่านั่นคลี่ยิ้มอย่างอ่อนโยนชนิดที่ไม่เคยมีใครเห็น ส่วนร่างเล็กกว่าที่อยู่ในภาพด้วย ก็กำลังเอื้อมมือจับแก้มคนตัวโตกว่า

     "นาย ต้องการอะไรกันแน่" แดซองถาม

     ลี ซึงฮยอนยิ้มเย็น "ก็ไม่ต้องการอะไรหรอก แค่อยากจะทำให้เพื่อนนายคนใดคนหนึ่ง ไม่ถูกชเว ซึงฮยอนหลอกน่ะ" พูดพลางเอียงคอมองอย่างน่ารัก ในความคิดของเจ้าตัว แต่สำหรับแดซองแล้ว มันน่าต่อยมากกว่าน่ารักเนี่ยสิ "อ้อ แล้วก็อีกอย่างนะ ถึงฉันจะไม่ได้อยู่ใกล้ชเว ซึงฮยอน ฉันก็สืบเรื่องของเจ้านั่นได้ไม่ยากหรอก รวมถึงคน 'รอบๆ' ตัว ของเจ้านั่นตัว" ลี ซึงฮยอนบอก รอยยิ้มเยาะนั่นปรากฏให้เห็น

     แดซองกำหมัดแน่นอย่างข่มอารมณ์ "นายต้องการอะไรกันแน่ ทำไมต้องทำร้ายยองเบด้วย"

     "อ๊ะๆๆ พูดให้ดีๆ นะ ใครทำร้ายใคร ฉันก็อยู่ของฉันเฉยๆ แล้วเจ้าตัวเล็กนั่นบังเอิญ เดินมาเห็นภาพบาดตาบาดใจเองตั้งหาก" 

     พลัก

     หมัดลุ่นๆ ลอยไปกระทบใบหน้าที่ลอยเด่นอย่างกวนประสาทอยู่

     มือขาวซีดเช็ดเลือดที่มุมปาก จ้องมองไปที่แดซองอย่างเคียดแค้น

     "จำเอาไว้ อย่ามายุ่งกับเพื่อนของฉัน!" เดินจากไป

     "เฮอะ นายทำฉันเจ็บตัว ฉันก็จะทำเพื่อนตัวเล็กของนายบ้าง ว่าแต่ จะเป็นคนไหนดีล่ะ"

 

     "แดซอง" เสียงเรียกครั้งที่หนึ่ง ไม่ได้ยิน

     "แดซอง" ครั้งที่สองและอีกหลายๆ ครั้ง ไม่ได้ยิน

     "คังแดซอง!"

     มือหนาถูกยกขึ้นปิดหูตัวเองเอาไว้ เมื่อโดนตะโกนใส่หูเข้าเต็มๆ "อะไรล่ะ ยองเบ พูดเบาๆ ก็ได้ ไม่เห็นต้องตะโกนเลย" แดซองบ่น

     "ก็พูดเบาๆ แล้วไม่ได้ยินเองนี่นา" ยองเบบอก พลางจับหน้าของแดซองให้หันมามองตนเอง "เป็นอะไรมากหรือเปล่า ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นนายเหม่ออย่างนี้" ร่างเล็กถามอย่างเป็นห่วง

     แดซองฉีกยิ้มกว้าง แล้วส่ายหัวเร็วๆ "ไม่หรอก ฉันแค่กำลังหิวน่ะ" เขาโกหกคำโต

     "ถ้าอย่างนั้นไปโรงอาหารกัน" ยองเบจับมือเพื่อนตัวโตให้ลุกขึ้น แล้วจูงมือเดินตามไป

     เขามองร่างเล็กที่เดินนำหน้าด้วยความรู้สึกหลากหลาย ยองเบก็ยังคงเป็นยองเบเหมือนเดิม ร่างเล็กที่เคยเป็นห่วงคนอื่นอยู่เสมอ เจ้าตัวเล็กนี่เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเขา ถ้าไม่นับควอนจียงรวมอยู่ด้วยนะ เพราะสองคนนี้ เขาก็เลือกไม่ถูกเหมือนกัน ว่าใครคือเพื่อนที่ดีที่สุด

     "นี่ถ้าไม่ติดว่ายองเบเป็นเพื่อนมาตั้งแต่สมัยอนุบาลล่ะก็ เฮ่อ" แดซองพึมพำเบาๆ "แล้วถ้าจียงไม่ใช่เพื่อนตั้งแต่อนุบาลสองล่ะก็ เฮ่อ"

 

 

     "ยองเบ" เจ้าของชื่อหันไปมองตามเสียง แต่เจ้าของเสียงนั่นก็เร็วพอที่จะนั่งลงด้านข้างเสียก่อนที่ร่างเล็กจะทันหันไปมอง

     "จียง"

     จียงยิ้มรับ "เป็นอะไรไป ทำไมต้องทำหน้าตกใจอย่างนั้นด้วย" ถาม ทั้งๆ ที่รู้คำตอบอยู่แก่ใจ

     "เปล่าหรอกครับ" ร่างเล็กคลี่ยิ้มบางๆ แล้วตอบ

     "ถ้าอย่างนั้นก็ดีแล้วล่ะ ครั้งที่แล้วซึงฮยอนไม่ได้รังแกนายใช่ไหม" จียงถามด้วยความเป็นห่วง

     ยองเบทำเพียงส่ายหน้าเบาๆ ร่างเล็กควรจะเดินออกไปจากตรงนี้ ถ้ายังไม่อยากเสี่ยงให้ชเว ซึงฮยอนโมโห แต่ว่า...จียงก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรสักหน่อย ทำไมจะต้องไม่ให้คบด้วยล่ะ

     "ยองเบ จียง"

     "แดซอง"

     เจ้าของชื่อคลี่ยิ้มกว้างจนดวงตาที่เล็กอยู่แล้ว มองไม่เห็นเข้าไปอีก "ทำไมมาอยู่ด้วยกันได้"

     "นายนี่ถามแปลกๆ นะ" จียงว่า "แล้วทำไมถึงจะมาอยู่ด้วยกันไม่ได้"

     "ก็เปล่า แค่ปกติไม่เคยเห็นนายอยู่ด้วยกันก็เท่านั้นเอง" แดซองพูด พลางนั่งลงด้านข้างยองเบ "แล้วนี่รุ่งพี่ซึงฮยอนไปไหนล่ะ" ถามลอยๆ ไม่ได้ระบุที่จะถามใครเป็นพิเศษ

     "ไม่รู้สิ ยองเบ นายเห็นซึงฮยอนบ้างหรือเปล่า" จียงถาม

     ยองเบไม่ตอบได้แต่กัดริมฝากบางของตัวเองเบาๆ ทำไมจียงถึงไม่รู้ แต่เขากลับรู้

     "ยองเบ เป็นอะไร เหม่ออีกแล้ว" จียงสะกิดเรียกอย่างเป็นห่วง

     "เอ๋ เปล่าหรอก แค่กำลังคิดอะไรเพลินๆ น่ะ" ยิ้มน้อยๆ ส่งให้

     "เหม่ออย่างกับคิดถึงแฟนอย่างนั้นแหละ"

     คำพูดแดซองทำเอายองเบและจียงชะงัก

     "ไม่ใช่สักหน่อย" ยองเบรีบปฏิเสธ

     จียงผินหน้ามองคนด้านข้างเล็กน้อย ดวงตาที่มักจะสดใสอยู่เสมอกลับฉายแววเศร้า เมื่อเห็นท่าทีของยองเบ 

     ...แฟนเขานั่งอยู่ข้างๆ แล้วเราจะกล้าคิดได้ยังไงว่าพี่ซึงฮยอนเป็นแฟนเรา...

       

 

     ภายในห้องนอนใหญ่ อากาศเย็นจากภายนอก และเย็นจากเครื่องปรับอากาศภายใน ไม่ได้ทำให้อารมณ์ร้อนนั่นเย็นสักเท่าไหร่

     เสียงหวานครางออกมาไม่เบานัก มือเล็กที่โอบรอบลำคอเขาไว้ เผลอกำเส้นผมสีดำสนิทนั่นจนแน่น แม้ว่าเขาจะรู้สึกเจ็บ แต่ความรู้สึกต้องการก็มีมากกว่าจนชนะความเจ็บนั่นไว้ได้

     ลิ้นร้อนที่ลากไปทั่วโพรงปากหอมหวานนั่น กลับถูกละออกจากโพรงปาก แล้วลากผ่านริมฝีปากบางไปที่ข้างแก้มแทน  จนไปถึงตึ่งหู เขาขบเม้มที่ติ่งหูนั่นเบาๆ เพื่อต้องการให้ร่างเล็กด้านใต้ครางเสียงดังกว่าเดิม และมันก็ได้ผลดีเยี่ยมซะด้วย

     "ยองเบ" เขากระซิบเบาๆ "ต้องการพี่ไหม" น้ำเสียงแหบถาม ทั้งที่เขาก็เต็มไปด้วยความต้องการไม่แพ้กัน

     ใบหน้าหวานที่แดงก่ำ พยักหน้าเบาๆ

     นิ้วเรียวยาวถูกดึงออกมาจากช่องแคบ ซึงฮยอนไม่รอช้า เขาจัดการสอดใส่ส่วนนั้นของตัวเองเข้าไปเกือบจะทันที 

     ร่างสูงที่ขยับไปมายังคงหยอกล้ออยู่กับยอดอกที่ชูฉันขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

 

     เหงื่อที่ผุดพรายขึ้นเต็มใบหน้าทำให้เขาร้อนอย่างบอกไม่ถูก แต่ก็แน่ล่ะ ในเมื่อเขารู้สึกแบบนั้น ก็ต้องร้อนเป็ตธรรมดา

     มือหนาตบหน้าตัวเองไม่เบานัก "ไอ้บ้า ชเว ซึงฮยอน ขนาดในฝัน แกยังฝันว่ามีอะไรกับยองเบได้อีกเหรอเนี่ย โธ่เว้ย" เขาพูดกับตัว พลางกำมือแน่น ด้วยรู้สึกรังเกียจตัวเองอย่างบอกไม่ถูก

     "สี่ทุ่มครึ่งแล้ว ยองเบคงจะนอนแล้วมั้ง"

     ยังไม่ทันที่เขาจะล้มตัวลงนอนต่อ โทรศัพท์ที่ดำขนาดพอดีมือใหญ่ก็กรีดเสียงร้องขึ้นมาเสียก่อน ชื่อที่ขึ้นโชว์บนหน้าจอทำให้เขาเผลอยิ้มออกมาได้

     นิ้วยาวไม่รอช้าที่จะกดปุ่มรับสาย แล้วกรอกเสียงดุๆ ลงไปทันที

     "ทำไมยังไม่นอน"

     'ขอโทษฮะ ก็ผมนึกว่าพี่ซึงฮยอนยังไม่นอน' ปลายสายว่าเสียงจ๋อยๆ จนเขายิ้มกว้าง

     "แล้วโทร.มามีอะไร" ยังคงพูดเสียงดุต่อไป

     'เปล่าฮะ ก็แค่...' ประโยคต่อไปยองเบพูดเสียงเบาหวิว 'เป็นห่วง'

     "อะไรนะ พูดให้มันดังๆ หน่อยสิ พี่ไม่ได้ยิน"

     'เปล่าฮะ ผมก็แค่ แค่....' หยุดไว้อย่างนั้นไม่กล้าที่จะบอกออกไป

     "แค่อะไรยองเบ มันดึกแล้วนะ ถ้าจะโทร.ก็พูดแค่ ก็แค่ๆๆ ล่ะก็ ทีหลังอย่าโทร.มาอีกรู้ไหม นอนดึกๆ มันไม่ดี" ซึงฮยอนแสร้งว่า

     'ขอโทษฮะ ถ้าอย่างนั้นฝันดีนะฮะ พี่ซึงฮยอน'

     "เดี๋ยว" เขาโพล่งออกไปอย่างตกใจ โชคดีที่ยองเบไม่ใช่คนชอบวางสายก่อนคนอื่นเหมือนเขา สัญญาณโทรศัพท์จึงยังไม่ถูกตัดหายไป "พรุ่งนี้ มานอนกับพี่ไหม" เขาเอ่ยออกไปอย่างไม่แน่ใจ

     ถ้าซึงฮยอนมีตาวิเศษ ก็อาจจะเห็นได้ว่าร่างเล็กที่โทร.มานั้นกำลังยิ้มเล็กยิ้มน้อยอยู่กับเขาในโทรศัพท์

     'ฮะ' ยองเบรับคำ

     "ถ้าอย่างนั้น ก็ไปนอนได้แล้ว" เขาบอก ก็อย่างที่รู้ๆ ว่าเขาไม่ชอบให้ใครวางสายก่อน แต่ก็คงจะยกเว้นร่างเล็กนี่ไว้ได้สักคนหนึ่งล่ะมั้ง ที่เขายอม

 

 

 

แต่งเองเขินเองนะพาร์ทนี้

 

รู้สึกว่าพาร์ทนี้ก็ยังไม่ค่อยมีอะไรกระเตื้อง โฮรกกก จะเปิดเผยความจริงแบบไหนดีล่ะนะ เคี้ยก

 

 

บทอิอ้วนน้อย 555 รักอ้วนเน้ >////<

 

 

อันนี้ทิกไปแคปมานะ โดยที่ไม่ได้ขออนุญาตเจ้าของ ขอโทษนะคร้าบๆ

 

Credit: http://www.yg-bangs.com

 

หน้าเบเบ มัน ........... 

 

 

 

อยากจะถามว่า ท็อปถนัดมือซ้ายใช่มั้ยๆๆ

 

 

[Fan fiction: BIG BANG] Because of you -3-

posted on 26 Feb 2009 18:10 by be-tigger  in Fiction

 

Because of you 

Fan fiction: BIG BANG

Chapter: 3

Pairing: T.O.P Tae Yang

Author: TiGGeR-L

 

 

     มือหนารั้งเอวบางเข้ามากอดอย่างแนบแน่น มืออีกข้างที่ว่างอยู่ก็ถูกใช้ประคองที่ท้ายทอยเอาไว้ กันร่างเล็กผละตัวออกจากเขา

     ลิ้นอุ่นๆ ถูกสอดแทรกเข้าไปในโพรงปากหอมหวานอย่างง่ายดาย

     "อื้อ"

     คนโดนจูบแบบไม่ทันตั้งตัว ทำได้เพียงยันแผ่นอกแข็งแกร่งนั่นเอาไว้ แต่นั่นแหละ ยองเบก็ทำไม่สำเร็จอยู่ดี มือนุ่มนิ่มที่เคยยันแผ่นอกกลับกลายเป็นไปโอบรอบคอของเขาเสียนี่

     เมื่อซึงฮยอนไม่มีภาระที่จะต้องรั้งตัวยองเบไว้แล้ว มือทั้งสองข้างของเขาก็เป็นอิสระ อิสระพอที่จะลากผ่านไปส่วนไหนของร่างกายยองเบก็ได้

      มือหนาลูบไล้ไปทั่วอย่างมีความสุข เขายังไม่ผละออกจากกลีบปากนุ่มๆ นั่นหรอกนะ การจูบแบบมาราธอนแต่เร้าร้อนและอ่อนโยน ทำให้ยองเบจูบได้นานขึ้นหน่อย อีกไม่นานนี้ ร่างเล็กกำลังจะหายใจไม่ออก และเขาจำเป็นที่จะต้องผละออกมา ทั้งๆ ที่ไม่อยากเลยสักนิด

      "อื้อ พะ พี่ ซึงฮยอน"

      "คิดถึง" เขาบอกพลางสบตากับเจ้าของนัยน์ตาหวานฉ่ำ "ทำไมถึงหลบหน้าพี่" เขาถาม

      คนหลบหน้าหลบสายตาเร้าร้อนที่ส่งตรงมาทันที แก้มทั้งสองข้างแดงแจ๋ด้วยความอาย แม้ว่าซึงฮยอนจะถามอย่างนั้น เหมือนเขากำลังโกรธ แต่น้ำเสียงที่ติดจะแหบพร่านิดนั่น ไม่ได้ฟังดูโกรธเลยแม้แต่น้อย

      "พี่ซึงฮยอน ปล่อยผมก่อนนะฮะ" 

      "ไม่ ทำไมถึงชอบขัดใจพี่นะ ยองเบ" เขาปฏิเสธ น้ำเสียงทุ้มนั่นฟังดูดุขึ้นอีกแล้ว "ไม่ได้กอด ไม่ได้จูบตั้งสามวัน คิดถึงจะแย่แล้วรู้บ้างไหม"

    ร่างเล็กไม่ยอมสบตากับเขา จนเขาต้องเอื้อมมือไปจับที่แก้ม แล้วจูบเข้ากับกลีบปากนุ่มนั่นอีกที 

      "ไม่คิดถึงพี่บ้างเหรอ"

 

      ยองเบกัดปากแน่น ร่างเล็กไม่ตอบอะไรทั้งนั้น ตอนนี้หัวใจที่กำลังเต้นแรงด้วยความปิติ กลับรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาด้วยเสียอย่างนั้น ใบหน้าของคนๆ หนึ่งลอยเด่นขึ้นมากลางใจ ยองเบได้แต่กำมือแน่น

 

      "พี่ซึงฮยอน ผมต้องกลับบ้านแล้ว เดี๋ยวพ่อกับแม่เป็นห่วง" ร่างเล็กเอ่ย แล้วดันคนที่กอดตนอยู่ออกไปเบาๆ

 

      ชเว ซึงฮยอนถอนหายใจออกมา เขารู้ว่ายองเบกำลังคิดอะไรอยู่ จึงยอมปล่อยยองเบให้เป็นอิสระ แต่ก็ยังจับมือเล็กนั่นไว้แน่นไม่ยอมปล่อย

 

       "พี่ไปส่ง ได้ไหม" ถามด้วยน้ำเสียงเว้าวอน ไม่เหลือคราบ ชเว ซึงฮยอนจอมเอาแต่ใจให้เห็น

 

       ยองเบพยักหน้าเบาๆ ร่างเล็กหันไปมองคนตัวใหญ่ว่าด้านข้าง

 

     ...ทำไมนะ ความสุขถึงไม่อยู่กับเราตลอดไป... คิดอย่างน้อยใจ

 

 

       "ยองเบ" เสียงเล็กเรียกขึ้น ทำให้ยองเบหันไปมองอย่างตกใจ

 

     "คุณ"

       เสียงหัวเราะคิกทันทีที่ยองเบเอ่ยขึ้นคำแรก "คุณเลยเหรอ เรียกจียงเฉยๆ ก็ได้"

 

       "ฮะ" ยองเบรับคำ ตอนนี้ก้อนเนื้อใจอกมันเต้นรัวแปลกๆ อีกแล้ว

 

       "ฉันนั่งด้วยคนได้ไหม" จียงถาม แต่เหมือนกับว่าคนตัวสูงกว่าอย่างจียง จะไม่ต้องการคำตอบสักเท่าไหร่ ก็เขานั่งลงด้านข้างยองเบเรียบร้อยแล้วนี่ "นายนั่นคนเดียวอย่างนี้ทุกวันเลยเหรอ" ถาม ทั้งๆ ที่รู้คำตอบอยู่แก่ใจ

 

       "เปล่าฮะ" ยองเบตอบสั้นๆ

 

       "อ้าว แล้วทำไมวันนี้ถึงได้นั่งคนเดียวล่ะ"

 

       ร่างเล็กหลุบสายตาต่ำ ไม่กล้าที่จะพูดออกไปว่า วันนี้ซึงฮยอนไม่อยู่ เขาจึงต้องนั่งกินข้าวกลางวันคนเดียว

 

       "ชั่งมันเถอะ ถือซะว่าฉันไม่ได้ถามนะ" จียงพูดพลางฉีกยิ้มกว้าง "วันนี้ฉันจะนั่งกินข้าวกับนายเอง" จียงหยิบข้าวกล่องที่เตรียมไว้ออกมาให้ยองเบดู

 

       ร่างเล็กได้แต่มองการกระทำของ แฟนของคนที่เขารักอย่างไม่ค่อยเข้าใจนัก ในใจก็นึกอิจฉาคนตรงหน้า ที่ ชเว ซึงฮยอน รักเขามากมายเหลือเกิน

 

       "เบ ยองเบ"

 

     คนโดนเรียกสะดุ้ง "อะไรเหรอ"

       "นายเป็นอะไรน่ะ เผลอเดี๋ยวเดียวก็เหม่อซะแล้ว" จียงถามอย่างเป็นห่วง "ไม่สบายหรือเปล่า" เอื้อมมือไปอังที่หน้าผากกลมมนนั่น

       ยองเบยิ้มให้บางๆ "ไม่เป็นไรฮะ ขอโทษนะ"

 

       รอยยิ้มจริงใจนั่นทำให้จียงชะงักไป แล้วยิ้มออกมาอีกครั้ง เขาพอจะเข้าใจแล้วล่ะ ว่าทำไม ชเว ซึงฮยอนคนที่แสนจะเย่อหยิ่งคนนั้น ถึงได้ติดร่างเล็กนี่ยิ่งกว่าอะไรดี

 

       จียงชวนยองเบคุยไปเรื่อยๆ อย่างมีความสุข ร่างเล็กที่โดนชวนคุยด้วยก็เช่นกัน แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าคนตรงหน้ามีฐานะเป็นอะไร แล้วตัวเองมีฐานะเป็นอะไร แต่ด้วยความที่จียงเป็นคนคุยเก่ง เลยทำให้ยองเบอยู่ด้วยแล้วสบายใจ แต่ความรู้สึกสบายใจนั่นก็มีได้ไม่นานนัก ยิ่งคนตัวเล็กเป็นพวกชอบที่จะคิดอะไรทำร้ายจิตใจตัวเองได้เก่งเสียด้วย

       "ยองเบ!" น้ำเสียงที่ติดจะดุอยู่แล้วยิ่งดุเข้าไปอีก เมื่อเขาตะคอกออกมาด้วยความหงุดหงิด

 

       ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยวนั่นจ้องมาที่ยองเบไม่กระพริบตา ร่างเล็กไม่กล้าที่จะสบตาด้วย จึงทำได้แต่ก้มหน้าอยู่อย่างนั้น

 

       ขายาวของซึงฮยอนก้าวเข้าไปไม่กี่ก้าวก็ถึงตัวยองเบ เขาจับท่อนแขนกลมกลึงนั่นเอาไว้แน่น แน่นเสียจนร่างเล็กอยากจะร้องออกมาเพราะความเจ็บ

 

       ยองเบที่ก้มหน้าอยู่ไม่ได้เห็นสายตาที่ซึงฮยอนมองจียงเลยแม้แต่น้อย มันเต็มไปด้วยความโกรธและอยากจะทำให้คนตรงหน้าหายไปซะ ส่วนจียงก็แค่มองเขากลับอย่างท้าทาย

 

     "เฮอะ" ซึงฮยอนเหยียดยิ้ม แล้วลากยองเบออกไปจากตรงนั้น

      

     

       ริมฝีปากบางถูกบดขยี้โดยเจ้าของกลีบปากอิ่มที่กำลังโมโหและหงุดหงิด ท้ายทอยของยองเบถูกล็อคไว้แน่น ราวกับเขาไม่ต้องการที่จะให้ร่างเล็กนี่ขยับเลยแม้แต่น้อย 

       ลิ้นร้อนที่สอดแทรกเข้าไปในโพรงปากหอมหวานโดยไม่ได้รับอนุญาตควานหาความหวานไปทั่ว ทั้งที่เคยสัมผัสมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน 

       น้ำใสๆ ไหลออกมาด้วยความน้อยใจ มือเล็กที่ต้านแทนแรงของซึงฮยอนไม่ไหว ก็ได้แต่พยายามผลักเขาออกไปอยู่อย่างนั้น 

       "ยองเบ" ซึงฮยอนเรียกชื่อคนในอ้อมแขนน้ำเสียงสั่นเครือ ใช่ว่าเขาจะไม่เคยเห็นยองเบร้องไห้ แต่ว่าเขาไม่เคยเห็นตัวเองทำให้ร่างเล็กนี่ร้องไห้ 

       ยองเบปาดน้ำตาที่กำลังไหลออกมาแรงๆ ไม่อยากให้ร่างสูงที่ยืนมองอยู่ตอนนี้รู้สึกไม่ดี 

     มือหนาละจากท้อยทายแล้วค่อยๆ เกลี่ยน้ำตานั่นแผ่วเบา ดวงตาของเขาที่มักจะดุอยู่เสมอกลับอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด แม้ว่าน้ำตาจะเป็นอุปสรรคที่ทำให้การมองไม่ชัดก็ตาม

       "พี่ ขอโทษนะ" เขานึกคำพูดต่อไปไม่ออก 

       ดวงตาเรียวมองร่างสูงที่ทำท่าเงอะงะ แล้วเผลอหัวเราะออกมา เลยพลอยทำให้ซึงฮยอนยิ้มออกมาได้ด้วย เขากอดยองเบแน่นกว่าเดิม

       คางของซึงฮยอนเกยอยู่ที่ไหล่ เหมือนกับตอนนี้ที่ใบหน้าของยองเบกำลังซุกเข้ากับอกกว้าง

     "หายโกรธ หรือยัง" เขาค่อยๆ ถาม

       "ต้องถามพี่ซึงฮยอนมากกว่า ว่าหายโกรธผมหรือยัง" ยองเบย้อนถามกลับ ทำเอาคนฟังนิ่งอึ้งไป

      ...นั่นสินะ เขาเป็นฝ่ายหงุดหงิดก่อนแท้ๆ...

        รอยยิ้มที่หาได้ยาก กลับปรากฏขึ้นในเวลานี้ ดง ยองเบ เป็นคนสำคัญของเขาจริงๆ

        "ขอโทษนะ ที่เอาแต่ใจ"

        เขาบอกเบาๆ เรียกรอยยิ้มจากร่างเล็กที่แสนจะยิ้มง่ายอยู่แล้วได้ไม่ยาก ยองเบจับมือของเขาที่อยู่ที่เอว แล้วจูงมือเดินออกไปให้ห่างจากตรงนั้น

        "ยองเบ พี่มีอะไรจะให้" ซึงฮยอนบอก ตอนนี้น้ำเสียงของเขาร่าเริง จนผิดแปลกไปจากวิสัยเดิม "แต่ตอนนี้มันอยู่ที่รถน่ะ ไปเอาด้วยกันนะ"

        "แต่ว่าตอนนี้มันเลยเวลาเข้าคาบเรียนแล้วนะฮะ พี่ซึงฮยอนจะไม่ไปเรียนหน่อยเหรอ"

        ชเว ซึงฮยอนส่ายหน้า รอยยิ้มหวานยังคงปรากฏให้เห็นบนใบหน้าเหมือนเดิม "ถ้าไปตอนนี้ก็คงไม่ได้เรียนแล้วล่ะ ไปที่รถกับพี่ดีกว่านะ"

        ร่างสูงจูงมือคนตัวเล็กกว่าที่ยังงุนงงไม่หาย เดินตรงไปยังโรงจอดรถของโรงเรียน

       

        เรเวนตันสีเงิน รุ่นดังจากสเปนยังคงสวยงามและดูใหม่เหมือนเดิม แสดงให้เห็นว่าเจ้าของดูแลและถนุถนอมมันขนาดไหน ชเว ซึงฮยอนก้าวเข้าไปแล้วเปิดประตูออก เขาเอื้อมตัวเข้าไปด้านในแล้วค้นหาอะไรยุกยิกๆ อย่างบาง

        วัตถุสี่เหลี่ยมขนาดพอดีมือสีครีมสลับดำอยู่ในมือของเขา ยองเบเอียงคอมองอย่างน่ารัก ร่างเล็กกำลังสงสัยอยู่ว่า สิ่งที่อยู่ในมือของเขาคืออะไรกัน

        "กล้องโพลารอยด์น่ะ เราจะได้ถ่ายรูปด้วยกันไง" 

        ยองเบคลี่ยิ้มบางๆ ซึงฮยอนเห็นดังนั้นจึงยกกล้องในมือขึ้น แล้วกดถ่ายรูปในทันทีทันใด ทำเอาร่างเล็กหน้าเหวอไปอย่างเห็นได้ชัด

        "ไหนบอกว่าเราจะได้ถ่ายรูปด้วยกันไงฮะ ทำไมถ่ายรูปผมคนเดียวล่ะ" ยองเบเอ่ยท้วงคนที่กำลังสบัดๆ รูปอยู่

        ซึงฮยอนเงยหน้าขึ้นมา แล้วฉีกยิ้มกว้างให้เหมือนเด็กๆ แต่เป็นเด็กเจ้าเล่ห์นะ "พี่ขอนะ รูปนี้" 

        "ไม่เอา พี่ซึงฮยอนให้ผมดูก่อนสิ" 

      "ไม่ได้หรอก รูปนี้น่ะ มีพี่คนเดียวเท่านั้นที่มีสิทธิ์จะเห็น" ซึงฮยอนว่า แล้วเก็บรูปถ่ายใบนั้นใส่กระเป๋าเสื้อ "อ้อ กล้องอันนี้ ยองเบเก็บเอาไว้นะ ถ้าอยากจะถ่ายรูปอะไรก็ถ่ายไปเลย" 

        "แต่ว่า ฟิล์มมันแพงเหมือนกันไม่ใช่เหรอฮะ" 

        ชเว ซึงฮยอนยิ้มกว้าง วันนี้เขายิ้มไปกี่รอบกันแล้วนะ "ไม่เป็นไรหรอก แล้วก็ไม่ต้องเกรงใจด้วย พี่อยากจะรู้เรื่องของนายให้มากกว่านี้" 

      ยองเบพยักหน้ารับ "ผมก็อยากรู้เรื่องของพี่ให้มากกว่านี้เหมือนกัน" ร่างเล็กเอ่ยลอยๆ แต่เขากลับได้ยินชัดในโสตประสาท

        "พี่มีกล้องอีกอันหนึ่ง อันนี้พี่จะถ่ายรูปที่พี่ชอบ ไว้ให้ดู" 

        ยองเบส่งยิ้มหวานให้แทนการรับคำ   

  

       "ยอง.... เบ!"

        มือใหญ่ที่มีเป้าหมายว่าจะตะครุบลงมาบนไหล่ กลับหยุดชะงักเมื่อมีมือของใครบางคนมารับแทนไหล่ที่เขาหมายเอาไว้

        ดวงตาดุๆ ถูกมองไปยังเด็กหนุ่มผิวสีแทนที่ยืนยิ้มค้างอยู่

        "จะทำอะไร" ซึงฮยอนกดเสียงต่ำถามอย่างระงับอารมณ์

      "ผมเหรอ" ชี้หน้าเข้าหาตัวเอง "ก็จะแกล้งยองเบให้ตกใจเล่นน่ะ" ตอบอย่างซื่อๆ 

        "พี่ซึงฮยอนปล่อยมือแดซองได้แล้ว เขาเจ็บ"

        ยองเบรีบแกะมือแข็งๆ ของเขาออก เมื่อได้รับสายตาของความช่วยเหลือจากเพื่อน

     ร่างสูงยอมปล่อยมือโดยดี แต่ก็ยังไม่วายคว้าเอวของยองเบคว้ามากอดไว้อย่างหวงแหน 

       "แฟนนายดุจัง" แดซองกระซิบเบาๆ เลยโดนยองเบหยิกเข้าให้

       "โอ๊ย!" 

       ดวงตาดุๆ ตวัดมาที่เด็กหนุ่มรุ่นน้อง ที่เขาไม่รู้จัก "เป็นอะไร" ซึงฮยอนถามพลางหรี่ตาอย่างสังเกต

     "ปะ เปล่า ฮะ แหะๆ" แดซองรีบปฏิเสธทันควัน พลางส่งรอยยิ้มฝืนๆ ไปให้ "อ๊ะ ยองเบ ฉันต้องรีบกลับบ้านแล้วล่ะ ไปก่อนนะ" แดซองบอกอย่างเพิ่งนึกขึ้นว่าตัวเองมีธุระ ธุระ ที่เพิ่งคิดขึ้นได้สดๆ ร้อนๆ

      "แดซอง กลับบ้านดีๆ นะ" ยองเบตะโกนบอกเพื่อนที่ตั้งหน้าตั้งตาวิ่งออกไปแล้ว 

      "อื้อ" แดซองหันกลับมารับคำ ทันใดนั้น...

      โครม!

      "เดินให้มันดีๆ หน่อยไม่เป็นหรือไง!"

    เด็กหนุ่มผิวสีแทนโดนตวาดใส่ "ขอโทษครับๆ" พูดพลางก้มหัวขอโทษหลายๆ ครั้ง ยังไม่ทันที่คนโดนวิ่งชนจะพูดอะไร ดวงตาเล็กๆ ของแดซองก็เหลือบไปเห็นรูปถ่ายที่คนทั้งโรงเรียนไม่มีโอกาสได้เห็น เขาไม่รอช้าที่จะเก็บรูปพวกนั้นขึ้นมาดู

      "นี่มันรูปยองเบกับพี่ชายคนเมื่อกี้นี่ นายเก็บเอาไว้ทำไม" แดซองถามเสียงเข้ม ด้วยความที่เป็นห่วงเพื่อน และรู้ว่าเพื่อนตัวเองกับพี่ชายคนที่เดินอยู่ด้วยเมื่อกี้เป็นใคร

      "เรื่องของฉัน นายอย่ามายุ่ง" ชักรูปในมือของแดซองคืนแล้วเดินจากไป

    แดซองเลือกที่จะไม่เดินตามตื้อเพื่อถามเซ้าซี้ เขาเดินตรงกลับบ้านอย่างที่พูดเอาไว้ในตอนแรก แม้ว่าจะยังไม่คลายความสงสัยไปก็ตาม อีกอย่างมันก็ไม่ฉลาดนักที่จะมาสอบเรื่องนี้ในตอนนี้ ตอนที่โรงเรียนกำลังเลิก

      ซึงฮยอนส่ายหน้าช้าๆ กับเหตุการณ์ที่เห็น "สมกับเป็นเพื่อนกันจริงๆ ซุ่มซ่ามเหมือนกันไม่มีผิด" เขาเอ่ยลอยๆ เลยโดนยองเบหยิกเข้าที่แขนให้หนึ่งที

      "อย่ามาว่าแดซองนะ"

    "ว่าเราด้วยนั่นแหละ" เขาตั้งใจพูดให้ยองเบได้ยิน เลยโดนร่างเล็กหยิกหมับเข้าที่แขน ด้วยแรงอันน้อยนิด 

          

 

เคาะสนิมฉากเรท อย่างรุนแรง ไม่ได้แต่งมาประมาณห้าเดือนได้

มันเกือบครึ่งปีแล้วนะเนี่ย 

 

เคี้ยก

 

อย่าพึ่งเกลียด มังกรน้อยเลยนะ เชื่อทิกๆๆ

[Fan fiction: BIG BANG] Because of you -2-

posted on 23 Feb 2009 17:22 by be-tigger  in Fiction

Fan fiction Big Bang: Because of you

Chapter: 2

Pairing: T.O.P TaeYang

Author: TiGGeR-L

 

     เรเวนตันสีเงินยังคงจอดอยู่ที่โรงจอดรถ แสดงว่าเจ้าของรถยังไม่กลับบ้าน ทั้งๆ ที่ปกติแล้ว เวลานี้เขามักจะขลุกอยู่กับใครอีกคนหนึ่ง

     ขายาวก้าวเร็วๆ เพื่อตรงไปยังสถานที่หนึ่งที่คิดว่าเจ้าของแลมโบกินีคันหรูจะอยู่ที่นั่น โรงยิม

     เสียงลูกบาสเกตบอลกระทบเข้ากับพื้นไม้ปาเก้ที่ถูกปูขึ้นมาอย่างดีเพื่อนักกีฬาหลายๆ คน

     แปะๆๆๆ

     เสียงปรบมือที่ดังก้องไปทั่วยิม ทำให้เขาที่กำลังวิ่งไปเก็บลูกบาสเกตบอลจากใต้ห่วงหันมามอง แล้วคิ้วหนาก็ต้องเลิกขึ้นอย่างแปลกใจ เมื่อเห็นว่าแขกผู้มาเยือนใหม่เป็นใคร

     "ทำไมถึงยังไม่กลับบ้านล่ะ" บุคคลไม่ได้รับเชิญเอ่ยถาม พลางหย่นก้นนั่งลงที่เก้าอี้หน้าอัฒจรรย์

     เขาทำเพียงปรายตามอง แล้วตั้งใจชู้ตเจ้าลูกกลมๆ ให้ลงห่วงต่อไป

     "เก่งจังนะ วันนี้ฉันกลับบ้านด้วยได้ไหม" ยังคงเอ่ยชวนคุย

     "มาเองได้ แล้วทำไมกลับเองไม่ได้"

     คนที่ไม่ได้คำตอบที่แน่นอน แถมยังโดนถามย้อนกลับอีก ลุกขึ้นจากเก้าอี้ แล้วเดินเข้าไปใกล้ เอื้อมมือดึงแก้มของเขาเบาๆ

     "ก็ฉัน อยากกลับกับนายนี่ ไม่ได้เหรอ"

     "อืม"

     "ถ้าอย่างนั้น เราไปกับเถอะ ฉันหิวมากเลย เดี๋ยววันนี้เลี้ยงเอง" พูดจบ ก็จับที่ข้อมือของเขาเอาไว้ แล้วจูงมือเดินนำไป ซึ่งเขา ก็ยอมเดินตามไปแต่โดยดี

     คนตัวสูงกว่าที่โดนลากออกมาจากยิม จู่ๆ ก็หยุดเดินเอาดื้อๆ ทำให้คนที่จูงมือนำหน้าอยู่ชะงัก แล้วหันกลับมามอง

     "จียง นายมาที่นี่ทำไม" เขาถาม ปกติควอน จียงที่เขารู้จัก ไม่ใช่คนที่จะมาทำอะไรแบบนี้

      คนโดนถามนิ่งไปอย่างครุ่นคิดคำตอบ ไม่นานก็คลี่ยิ้มออกมา "ก็มาทำ 'หน้าที่' ยังไงล่ะ นายก็น่าจะรู้ดีนี่นา ชเว ซึงฮยอน"

      เจ้าของนัยน์ตาคมกริบมองคนตรงหน้านิ่ง เขาไม่เข้าใจว่าจียงกำลังทำอะไรอยู่ "ฉันไม่รู้หรอก" เขาตอบอย่างไม่โกหก เพราะเขาไม่รู้จริงๆ อาจจะเป็นเพราะ เขาไม่รู้จักคนตรงหน้าแบบจริงๆ จังๆ ก็เป็นได้

      "โธ่ ก็มาทำหน้าที่ 'แฟน' ยังไงล่ะ" จียงตอบ แล้วคลี่ยิ้มออกมา ขายาวก้าวเข้ามาใกล้ซึงฮยอนจนห่างกันไม่ถึงคืบ คนตัวเล็กกว่าเขย่งจูบที่แก้มของเขาเบาๆ

      ซึงฮยอนนิ่งเงียบไง เขาก้าวเร็วๆ ไปยังเรเวนตันคันโปรด แล้วขึ้นรถไป จียงมองตามด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก จะรู้อารมณ์ของร่างบางได้ก็แค่รอยยิ้มบนใบหน้าเท่านั้น แต่รอยยิ้มนั่น ก็ไม่มีใครรู้ว่ามันเกิดขึ้นจากอารมณ์ไหนอยู่ดี เดาได้เพียงว่า จียงคงจะอารมณ์ดีเพราะเรื่องอะไรสักเรื่อง

 

     

      ยองเบเดินก้มหน้ามาตลอดทาง โดยปกติก็ไม่มีใครสนใจร่างเล็กนี่อยู่แล้ว ยิ่งตอนนี้ยิ่งไม่ต้องพูดถึง เมื่อมีอย่างอื่นที่น่าสนใจกว่า ถูกติดประกาศไปทั่วโรงเรียน แต่เขาไม่อยากมอง ไม่อยากเห็นสักนิดเดียว

      "อ๊ะ!" ร่างเล็กเผลออุทานออกมาอย่างตกใจ เมื่อคนชนใครบางคนเข้าอย่างจัง "ขอโทษฮะ" ยองเบเอ่ย แต่ไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมามอง ด้วยกลัวว่าจะเป็นภาพๆ นั้น

      "ทำไมถึงไม่มองทาง" น้ำเสียงแหบทุ้มที่ฟังดูดุอยู่เสมอเอ่ยขึ้น แค่นั้นยองเบก็รู้ว่าเขาเป็นใคร "ถ้าเดินชนคนอื่นที่ไม่ใช่พี่ จะทำยังไง" เขายังคงถามต่อไป "ยองเบ ถ้าเดินชนคนอื่นที่ไม่ใช่พี่ แล้วพวกนั้นไม่ยอมแค่คำขอโทษ จะทำยังไง"

      "ก็คงขอโทษเขาอีกรอบมั้งฮะ" ยองเบตอบซื่อๆ แต่ยังคงก้มหน้างุดๆ อยู่อย่างนั้น

      ซึงฮยอนสบถออกมาเบาๆ ไม่ให้ร่างเล็กได้ยิน ถึงแม้ว่าจะอยู่ใกล้กันก็ตาม "ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวพี่เดินไปส่ง" เขาบอก แล้วคว้าข้อมือเล็กมากุมเอาไว้

      "ไม่ต้องหรอกฮะ ผมจะไม่เดินชนใครอีกแล้ว" ยองเบปฏิเสธ พลางชักมือออกจากการเกาะกุมนั่น แต่ไม่สำเร็จ

      "ไม่ พี่จะไปส่ง จะได้มั่นใจ ว่าเราจะไม่ไปชนใครเขาจริงๆ"

 

      ประตูห้องที่ถูกเปิดออก ทำให้หลายๆ คนหันไปมอง ถ้าเป็นเมื่อก่อน หลายๆ คนที่หันไปมอง เมื่อเห็นว่าเป็นใครก็จะหันกลับมา แต่ไม่ใช่ครั้งนี้ ครั้งที่ยองเบ เดินเข้ามาในห้อง แล้วมีชเว ซึงฮยอนยืนเป็นแบ็คกราวด์อยู่ด้านหลัง

      เด็กหนุ่มเกรดสิบสองเจ้าของแลมโบกินี ที่เป็นที่สนใจของคนรอบข้าง และยิ่งภาพที่เห็นได้เกือบทุกจุดในโรงเรียน ยิ่งทำให้เขาน่าสนใจเข้าไปอีก ภาพที่จียง กำลังจูบแก้มเขา

      "อ้าว ซึงฮยอน" เสียงใสเอ่ยทักจากด้านหลัง

      ยองเบที่ก้าวเข้าไปถึงโต๊ะตัวเองแล้ว เงยหน้าขึ้นมามองทั้งเจ้าของเสียงนั่น และร่างสูงที่กำลังยืนขวางประตูอยู่

      เสียงของจียงเรียกให้คนทั้งห้องหันไปมอง "มาทำอะไรที่นี่น่ะ"

      ซึงฮยอนมองคนตัวเล็กกว่าด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก แถมร่างบางก็ยังจ้องเขากลับอย่างท้าทายอีกตั้งหาก เขารู้สึก เกลียด ควอนจียงในตอนนี้จับใจ

      ร่างสูงไม่ตอบ ได้แต่ยื่นผ้าเช็ดหน้าสีหวานไปให้จียง แล้วหันกลับมามองในห้องอีกรอบ เพื่อสังเกตอาการของร่างเล็ก

      มันเป็นอย่างที่เขาคิดจริงๆ เมื่อเขาหันกลับมา ยองเบก็รีบหลบสายตาของเขา แถมที่ขอบตานั่น ยังคลอไปด้วยน้ำใสๆ อีกด้วย ถึงจะอยู่ไกล แต่สำหรับคนที่เขาห่วงมากที่สุด เขาจะมองเห็นทุกอย่างของคนๆ นั้น

      "ชเว ซึงฮยอน" จียงเอ่ยเรียกอีกครั้ง 

      "ฉันกลับล่ะ" ซึงฮยอนบอกแล้วหันหลังเดินจากไปทันที

      "เป็นอะไรของเขานะ" จียงพึมพำกับตัวเองเบาๆ แล้วเดินออกจากบริเวณตรงนั้นไป ทิ้งของยองเบมองตามทั้งคู่อย่างรู้สึกผิดและเสียใจปนๆ กันไป

      ร่างเล็กก้มหน้าฟุบลงกับโต๊ะเรียน เลยไม่ทันได้เห็นว่า ยังมีใครอีกคนหนึ่ง ที่เดินตามจียงและซึงฮยอนไปเช่นกัน

 

 

      "จียง ควอนจียง" เสียงตะโกนเรียกทำให้จียงหันกลับไปมอง ยังไงเสีย ตอนนี้เขาก็เดินตามซึงฮยอนไปไม่ทันอยู่แล้วนี่

      ร่างบางที่ดูแข็งแรงขมวดคิ้วอย่างครุ่นคิดเมื่อเห็นคนที่เดินตามมา "นาย ลีซึงฮยอนใช่ไหม" เขาถามอย่างไม่แน่ใจ

      คนโดนถามคลี่ยิ้มอย่างพอใจ "ไม่คิดว่านายจะรู้จักฉันด้วย" ก้าวเข้าไปใกล้อีก "ฉันมีเรื่องจะบอกนาย"

      คิ้วของจียงยิ่งเข้าใกล้กันมากขึ้นอีก "เรื่องอะไรน่ะ"

      "เรื่องของ" หยุดพูดแล้วยิ้มอย่างมีเลศนัย "ชเวซึงฮยอน กับ" แสร้งทำเป็นอิดออด แต่จียงไม่ยอมเอ่ยถามสักที เขาเลยต้องพูดขึ้นมา "ดงยองเบ"

      "ทำไม" น้ำเสียงจียงยังคงไม่เปลี่ยน แต่แววตาของเขา เปลี่ยนไปแล้วโดยสิ้นเชิง

      "นายไม่อยากรู้เหรอว่าตอนกลางวัน ชเว ซึงฮยอนหายไปไหนบ่อยๆ เขาแทบไม่เคยไปนั่งกินข้าวกับนายเลยด้วยซ้ำ"

      จียงคลี่ยิ้มบางๆ "เขาก็มีเพื่อนของเขา มีสังคมของเขา เราเป็นแฟนกันไม่ได้หมายความว่าจะต้องตัวติดกันสักหน่อย" พูดขึ้น "ถ้านายจะมาพูดให้ฉันกับซึงฮยอนเข้าใจผิดกันล่ะก็ อย่าซะดีกว่านะ" ยิ้มให้แล้วเดินจากไป

      "ฉันนึกแล้วว่านายต้องไม่เชื่อ ถ้าอย่างนั้นลองดูรูปนี้หน่อยก็คงไม่เป็นอะไรสินะ"

      จียงชะงัก เขาได้จังหวะจึงก้าวเข้าไปใกล้ แล้วยื่นรูปถ่ายขนาดสี่คูณหกนิ้วให้ดู

      ร่างบางจับรูปใบนั้นแน่น ถึงแม้ว่าในรูปจะไม่มีอะไรมาก ก็แค่ ชเว ซึงฮยอนกำลังกางร่มให้ยองเบอยู่

      "แค่นี้นะ ฉันว่านายเอาเวลาของนายไปทำอย่างอื่นเถอะ อีกอย่างยองเบเป็นเด็กเรียบร้อย เขาไม่คิดที่จะทำอะไรอย่างที่นายกำลังคิดอยู่หรอก" จียงพูด แล้วก้าวเร็วๆ ออกไปจากตรงนั้น

      ...เรามีเรื่องจะต้องคุยกัน ชเว ซึงฮยอน!...

 

       ในเวลานี้จียงรู้ว่าต้องการจะหาคนที่เขาต้องการตัวได้ที่ไหน มันอาจจะเป็นสถานที่ๆ ที่เขารู้จักอยู่คนเดียว หรือไม่ ยองเบก็อาจจะรู้จักด้วย!

       "ชเว ซึงฮยอน" เรียกเล็กตะโกนเรียก พร้อมกับหมัดลุ่นๆ ที่ถูกส่งตรงไปยังใบหน้าคมคายทันที

       แต่เขา....

       รับมันไว้ได้ ก่อนที่กำปั้นนั่นจะได้ทันสัมผัสกับใบหน้าของเขา

       "มีอะไร" ซึงฮยอนถามเสียงดุ

       "นี่มันอะไร" จียงยื่นรูปถ่ายที่เอามาจากซึงฮยอนอีกคน ให้ซึงฮยอนตรงหน้า

       เขารับมันมาดูแต่โดยดี เมื่อสายตาคมกริบนั่นละจากรูปภาพ ก็ไม่มีเสียงอธิบายอะไรทั้งสิ้น ร่างสูงหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตรกว่าๆ หันหลังกลับไปยังทิวทัศน์ที่เขามองอยู่เมื่อครู่

        "ทำไมไม่พูด"

        "ฉันไม่มีอะไรจะต้องพูด ไม่มีเลย" เขาพูดเสียงแผ่ว

        "ทำไมนายทำอย่างนี้" จียงถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา "นายสัญญากับฉันไว้แล้วไม่ใช่เหรอ สัญญาแล้วตั้งแต่ก่อนที่เราคบจะกัน"

        ชเว ซึงฮยอนเงียบไป ในหัวของเขาคิดอะไรต่อมิอะไรมากมาย แต่ว่าเขากลับเก็บงำทุกสิ่งไว้คนเดียว อีกไม่นาน อีกไม่นานนักหรอก เขาจะพูดมันออกไป เขาจะพูดมันออกไปให้หมด

เฉลยแล้ว ก็เผ่น
ฮ่า
*จ๊ ว บ*

[Fan fiction: BIG BANG] Because of you -1-

posted on 19 Feb 2009 23:28 by be-tigger  in Fiction

Fan fiction Big Bang: Because of you

Chapter: 1

Pairing: T.O.P TaeYang

Author: TiGGeR-L

 

     เรือนร่างเปลือยเปล่าที่เต็มไปด้วยรอยจ้ำ รอยปื้นสีแดง นอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียง อากาศด้านนอกที่ไม่ร้อนมาก แต่ด้านในกลับเปิดแอร์คอนดิชั่นเอาไว้ เพื่อคลายความร้อนให้กับร่างเล็ก

     ดวงตาเรียวคมเหมือนกับเหยี่ยวมองตรงมาที่ร่างเล็กบนเตียง แววตาของเขาแสนจะเย็นชาเหลือเกิน ไม่มีใครรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ หากมีคนบอกว่า ดวงตาคือหน้าต่างของหัวใจ คงใช่ไม่ได้กับผู้ชายคนนี้

     ร่างสูงขยับก้าวแขนตรงไปที่เตียงขนาดคิงไซส์ของตัวเอง แล้วนั่งลงที่ด้านข้างของร่างเล็ก มือหนาลูบที่แก้มนุ่มนิ่มนั่นเบาๆ  แล้วค่อยๆ ไล้ไปที่ริมฝีปากบาง จากนั้นก็ก้มลงจูบที่กลีบปากเบาๆ

     "ยองเบ" น้ำเสียงทุ้มนุ่มปลุกคนที่หลับอยู่

     "อืม" ร่างเล็กครางเบาๆ แล้วค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมา ยองเบนอนมานานพอสมควรแล้ว จึงไม่งี่เง่าที่จะไม่ตื่น แล้วเขาก็ไม่ใช่คนขี้เซาด้วย

     "ไปอาบน้ำซะ เดี๋ยวจะไปส่ง"

     คนเพิ่งตื่นมองตามเจ้าของห้องอย่างงุนงง แต่พอเรียบเรียงคำพูดได้ ความน้อยใจก็พุ่งตรงเข้าก่อกวนจิตใจทันที ด้วยสำนึกได้ว่า ใครบางคน คงกำลังจะมาที่นี่ ที่ๆ เขากำลังอยู่ตอนนี้ และคงจะกลับมานอนที่เตียงนี่ ที่เขาเคยนอนหลับอยู่

     ยองเบลุกไปอาบน้ำอย่างไม่อึดออด

 

     "พรุ่งนี้ ตอนเช้าจะมารับนะ" เขาบอก ดวงตาทั้งสองข้างยังคงเย็นชาและอ่านยากเหมือนเดิม

     "ฮะ" ร่างเล็กรับคำแล้วเปิดประตูรถ แต่กลับถูกมือใหญ่คว้าเอาไว้เสียก่อน "บอกแม่ซะ พรุ่งนี้จะไปนอนกับพี่"

     "แต่ว่า... พรุ่งนี้" ยองเบยังพูดไม่จบก็ต้องชะงัก เมื่อดวงตาเรียวตวัดมองมา อย่างรู้ว่าเขากำลังจะพูดอะไร แต่เขาก็ต้องพูดออกไป เพราะที่ผ่านมา เขากำลังทำผิดต่อใครคนหนึ่งอยู่ "พรุ่งนี้เขาจะกลับมาแล้วนะฮะ พี่ซึงฮยอนจะไม่ไปอยู่กับเขาเหรอ"

     "นั่นมันเรื่องของฉัน"

     ยองเบก้มหน้านิ่งเงียบ ด้วยรู้ดีกว่าถ้าหากคนตรงหน้าแทนตัวเองว่า 'ฉัน' เมื่อไหร่ เขากำลังโกรธอยู่

     "ผมไปแล้วนะ ขับรถกลับบ้านดีๆ นะฮะ" ยองเบตัดสินใจลงจากรถ หนีไปจากบรรยากาศอันน่าอึดอัด

     "พรุ่งนี้จะไปค้างบ้านพี่ อย่าลืมบอกแม่ด้วย" เขาย้ำคำ

     ยองเบไม่ตอบ มือนิ่มๆ ทั้งสองข้างแกะมือหนาที่แข็งราวกับคีมออกจากท่อนแขน แล้วลงจากรถไป

     เขา ชเว ซึงฮยอน มองตามร่างเล็กที่วิ่งเข้าบ้านไปอย่างเหนื่อยอ่อน ศีรษะได้รูปพิงไปกับเบาะรถ เมื่อเห็นว่าร่างเล็กนั่นเข้าบ้านไปเรียบร้อยแล้ว เปลือกตาหนาค่อยๆ ปิดลง พร้อมกับเสียงถอนหายใจออกมาที่ไม่ดังมากนัก

    "ยองเบ ยองเบ เมื่อไหร่ จะเข้าใจความรู้สึกของพี่นะ" เขาพึมพำออกมาเบาๆ ก่อนหันกลับไปมองที่บ้านหลังไม่เล็กไม่ใหญ่อีกครั้ง แล้วขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว

 

     ขายาวถูกก้าวเร็วๆ สายตาก็พลางกวาดมองไปรอบๆ เขากำลังหาใครคนหนึ่งอยู่ ใครคนที่เขาเป็นห่วงมากที่สุด ทั้งๆ ที่บอกไว้แล้วว่าจะมารับ หายไปไหนนะ

     ดวงตาเรียวคมที่มักจะเย็นชาอยู่เสมอๆ บัดนี้กลับฉายแววของความเป็นห่วงอย่างชัดเจน เม็ดเหงื่อเริ่มผุดพรายทั่วใบหน้า เนื่องจากเขาวิ่งรอบๆ โรงเรียนมาสองสามรอบแล้ว

    "ยองเบ หายไปไหนนะ โธ่เว้ย!"

     หมัดลุ่นๆ ถูกส่งเข้ามากำแพงแข็ง ด้วยเจ้าของหมัดกำลังอารมณ์เสียและหงุดหงิดสุดๆ

     เขาค่อยๆ วิ่งไปเรื่อย จนพระอาทิตย์บนท้องฟ้า เริ่มคล้อยต่ำลงทุกทีๆ แต่เขาก็ยังหาร่างเล็กนั่นไม่เจอ

     ...อาจจะกลับบ้านไปแล้ว... เขาคิด แล้วล้วงกระเป๋ากางเกงเพื่อหยิบเครื่องมืออิเล็คโทรนิคอย่างโทรศัพท์มือถือออกมา

     หมายเลขปลายทางถูกกดลงอย่างรวดเร็ว เขารอเสียงสัญญาณไม่นาน ก็มีคนรับสาย

     "ยองเบ พี่บอกว่าจะมารับไม่ได้ใช่เหรอ" น้ำเสียงเย็นเยียบถูกเปล่งออกมา

     'เอ่อ ขอโทษฮะ พอดี... วันนี้ผมรู้สึกปวดหัว'

     ยองเบตอบกลับมา ทำเอาเขากำหมัดแน่น ด้วยรู้ว่าร่างเล็กนี่ตั้งใจจะหลบหน้าเขาชัดๆ เรื่องปวดหัวอะไรนั่น โกหกทั้งเพ

     "ถ้าอย่างนั้นพี่จะไปเยี่ยม" สิ้นคำ เขาก็ตัดสายไปเลย เนื่องจากรู้ดีว่ายังไงคนที่พูดด้วยก็ต้องปฏิเสธ หาข้ออ้างนู่นนี่ไม่ให้เขาไปหาจนได้

 

     แลมโบกินีสีเงิน รุ่นเรเวนตันถูกเหยียบคันเร่งให้เร็วกว่าความเร็วมาตรฐานมากนัก ไม่แปลกที่รถของเขาจะเด่น ส่วนใหญ่ในเกาหลี ทุกคนจะใช้ของฮุนไดที่เป็นแบรนด์ของประเทศมากกว่าต่างประเทศ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีของต่างประเทศให้เห็นเลย อย่างเช่นเบนซ์ เป็นยี่ห้อส่วนใหญ่ที่แท็กซี่มักนิยมใช้

     แต่ว่าความมืดของท้องฟ้าช่วยทำให้รถของเขากลืนไปกับแสงที่ไม่ค่อยสว่างมากนักได้ดีพอสมควร

     รถที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกถูกขับมาจอดที่หน้าบ้านหลังเดิม ที่เขาเคยมาแล้วหลายครั้ง

     ซึงฮยอนกวาดตามองไปรอบๆ บ้านเหมือนอย่างเคย แล้วค่อยหันกลับมามองตัวบ้าน ไฟด้านล่างถูกปิดหมดทุกดวง ส่วนหน้าบน ตรงห้องนอนของเจ้าของบ้านก็ถูกปิดไว้เช่นกัน ไฟที่เปิดอยู่เพียงดวงเดียวในบ้านก็เป็นไฟในห้องของยองเบ แสดงว่าพ่อกับแม่ของเจ้าตัวเล็กนั่นคงไม่อยู่สินะ

     มุมถูกยกขึ้นอย่างพอใจ เขาก้าวยาวๆ ไปที่ประตูบ้าน แล้วเปิดเข้าไปทันที ด้วยรู้นิสัยของยองเบดีว่าขี้ลืมขนาดไหน ลืมแต่เรื่องสำคัญๆ แต่เรื่องที่ทำร้ายจิตใจตัวเองน่ะ ขยันจำนัก

      เขาเดินตรงไปยังบันได แล้วขึ้นไปยังห้องนอนที่แสนจะคุ้นเคย

      แฮนเดอร์ถูกจับลงช้าๆ ประตูสีขาวค่อยเปิดเข้าไปด้านใน ดวงตาเรียวกวาดมองหาร่างเล็กเจ้าของห้อง แต่ยองเบไม่ได้อยู่ในห้อง ร่างเล็กนั่นไปยืนอยู่ตรงระเบียง คุยกับใครสักคนอยู่ ไม่ต้องเห็นหน้าก็รู้ว่า บนใบหน้าของยองเบจะมีรอยยิ้มกว้างขนาดไหน ในเมื่อเจ้าตัว พูดไปหัวเราะไปเสียอย่างนั้น

       ซึงฮยอนกำหมัดแน่นกับภาพที่เห็น เขาค่อยๆ แทรกตัวผ่านช่องว่างที่ประตูเปิดอยู่ เขายังใจเย็นและสามารถรอจนยองเบคุยกับใครบางคนเสร็จ

       ร่างเล็กก้าวเข้ามาในห้องและจัดการเลื่อนประตูปิด ดึงผ้าม่านเข้ามาเพื่อนกันแสงอาทิตย์ที่สาดส่องในตอนเช้า

      ยองเบกลับหลังหันมา ร่างเล็กก็ชนเข้ากับแผ่นอกหนาเข้าอย่างจัง ด้วยความตกใจจึงเผลอก้าวถอยหลังกลับไป แต่ซึงฮยอนไม่ยอมให้ยองเบทำอย่างนั้นหรอก เขาคว้าเอวเพื่อยึดยองเบเอาไว้แล้ว

      "พี่ซึงฮยอน" ยองเบพูดขึ้นมาเบาๆ เมื่อเห็นหน้าเจ้าของมือที่รั้งเอวตนเองอยู่

      "ไหนบอกว่าปวดหัว แล้วทำไมถึงไปยืนตากลมอยู่ข้างนอก" เขาถามเสียงเรียบ ดวงตาคมที่ปกติก็ดูดุอยู่แล้ว ยิ่งดุเข้าไปอีก เมื่อมองร่างเล็กที่ก้มหน้างุดๆ

       "คือว่า... แดซอง" เขากำหมัดแน่น เมื่อได้ยินชื่อของบุคคลที่สาม ผู้ชายคนที่ยองเบยืนคุยด้วยเมื่อครู่ "เขาถามการบ้านวันนี้ว่ามีอะไรบ้าง ก็เลยออกไปบอกเขา แค่นั้นเองฮะ"

       "อย่างนั้นเหรอ" เขาย้ำถาม พลางเชยคางยองเบขึ้นมาเพื่อให้สบตาด้วย "ไม่โกหกพี่แน่นะ"

       ยองเบพยักหน้ารับ ซึงฮยอนถอนหายใจออกมาเบาๆ

       "พ่อกับแม่ไม่อยู่ใช่ไหม" เขาถามขึ้นอีก ยองเบพยักหน้าแทนคำตอบ "ถ้าอย่างนั้น คืนนี้พี่นอนเป็นเพื่อน"

       ยองเบเบิกตากว้างขึ้นอย่างตกใจ ไม่ใช่ว่าซึงฮยอนจะไม่เคยมาค้างที่นี่ เพียงแต่ ตอนที่เขามานอนที่นี่ พ่อกับแม่ของเจ้าตัวเล็กนี่มักจะอยู่ด้วยเสมอ

       "ตะ แต่... ว่า" ยองเบพูดขึ้นอย่างไม่แน่ใจ

       "ทำไม ไม่ไว้ใจพี่เหรอ"

       "เปล่านะฮะ" ร่างเล็กสวนขึ้นทันควัน แล้วก็ต้องหน้าแดงก่ำด้วยความอาย เมื่อเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของคนตรงหน้า

       ยองเบ ยองเบ ตกหลุมพรางของเจ้าหมาจิ้งจอกเสียแล้วสิ

       "แสดงว่าค้างที่นี่ได้ เป็นอันว่าตกลงแล้วนะ พี่ไปอาบน้ำก่อน เหนียวตัวชะมัดเลย" เขาพูดอย่างอารมณ์ดี แล้วเดินไปที่ตู้เสื้อใบขนาดย่อม ไม่แปลกที่ห้องของยองเบจะมีเสื้อผ้าของซึงฮยอนเผื่อไว้ เพราะที่ห้องของเขา ก็มีเสื้อผ้าของยองเบเช่นกัน

       ร่างเล็กได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้

       "พี่ซึงฮยอน มาอยู่ที่นี่แบบนี้ แล้ว 'เขา' ล่ะฮะ เขาจะอยู่กับใคร วันนี้เพิ่งกลับมาเกาหลีด้วยไม่ใช่เหรอ" ยองเบพึมพำกับตัวเองเสียงเศร้า 

       ตอนนี้ยองเบกำลังมีความสุขมากๆ ที่ซึงฮยอนมาหา แต่พอไปคิดถึงคนอีกคนหนึ่ง ความรู้สึกผิด ก็เข้าเกาะกุมจิตใจทันที

       น้ำใสๆ ไหลออกมาอย่างกลั้นเอาไว้ไม่อยู่ ร่างเล็กกำลังร้องไห้ เสียงสะอื้นเบาๆ นั่น ไม่สามารถสู้กับเสียงน้ำจากฝักบัวได้ ซึงฮยอนจึงไม่รับรู้ว่าคนที่เขาห่วงมากที่สุด กำลังร้องไห้อยู่

 

 

 

จบแล้ว หนึ่งบท 555

เหนื่อยลากเลือด แต่งตอนที่กำลังใกล้จะสอบไฟนอลนะ

 

Ps. บีจีน้องไคน่ารักใช่มั้ย ฮ่า ได้ข่าวว่าฟิคเกาหลี เกี่ยวอะไรกับเจร็อคฟระ

Pss. เบ็คกี้น่ารักใช่มั้ย ^^